เว็ปเพื่อนบ้าน

ปฏิรูปการเมือง


เรื่องที่คนไทยทั้งประเทศมองข้าม ในการพัฒนาประชาธิปไตย และพัฒนาประเทศ


ประเด็นสำคัญ  ที่สุด ของประเทศเรา  อยากจะขอสะท้อนให้ผู้ที่รักชาติ และผู้ที่มีอำนาจ   ได้โปรดนำไปพิจารณาในการแก้ไขปัญหาชาติ  หรือปฎิรูปการเมือง   หรือผลักดันให้เกิดขึ้นในประเทศ   ดังนี้

1   ทุกคนคิดว่าประชาธิปไตย   คือการเลือกตั้ง   ซึ่งทุกท่านก็ทราบดีว่า การเลือกตั้งทุกครั้งมักมีการโกงคะแนน   การซื้อเสียง   มักได้คนที่เงินทุนสูง   กลุ่มอิทธิพล    โดยร่วมกับข้าราชการ     การเลือกตั้งทุกครั้ง   ไม่ว่า ผู้ว่ากทม .   สส  สว    อบต  อบจ      มักมีการใช้สื่อ  การใช้ สำนักโพลล์  ชี้นำ     และใช้เงินสูง

            ขณะนี้ กกต ไม่ได้สนับสนุนให้เครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง  หรือให้แต่ล่าช้า   หรือคัดสรรบางกลุ่ม   อาจจะเพื่อให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถเข้ามาได้ตามสั่งหรือไม่   และที่ทุกพรรคไม่ออกมาโวยวายเพราะ  ตนเองก็ใช้วิธีนี้ในบางพื้นที่ ของตนเอง ในช่วงเวลาหนึ่งที่ตนมีอำนาจ   

การทีมีข่าวการใส่บัตรเป็นปึกๆ  การพิมพ์บัตรเกิน    เปลี่ยนหีบ สับหีบ   การกำหนดว่าห้ามทำเครื่องหมายใดๆทั้งสิ้นในบัตรเลือกตั้ง    เหล่านี้ล้วนมีผลต่อคะแนน ที่ได้โดยวิธีแยบยลที่พิสูจน์ไม่ได้ว่ามาจากที่ใด  

               การที่พรรคบางพรรค  หรือผู้แทน ที่มีนโยบายดีๆกลับถูกละเลยจากสังคม  ทั้งที่เป็น ทางออกให้ชาติ    แต่กลับสอบตก

               เพราะฉะนั้น  การที่เราจะพัฒนาประชาธิปไตย ในประเทศไทย เราต้องเรียกร้องให้แก้ไขเกณฑ์การเลือกตั้ง      เช่น

- การให้ใช้เงินน้อยๆในการลงเลือกตั้ง  ไม่ใช่การเลือกผู้ว่า กทม ให้ใช้งบได้ 32 ล้าน  คนมีเงินมากย่อมได้เปรียบมากกว่า            

-  การทำเครื่องหมายในบัตรลงคะแนนเพื่อป้องกันบัตรผี     (เหมือนในสมัยคุณยุวรัตน์  กมลเวช  

- การกำหนดให้มีงบให้เครือข่ายภาคประชาชนร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง    

  รายละเอียดดูในเอกสารแนบท้ายนี้

             นี่คือที่มาของการป้องกันการโกงคะแนน และป้องกันการโกงประชาธิปไตย เมือเราได้คนดีที่ประชาชนเลือกจริงแล้ว การปกครอง  การร่างกฎหมาย   การกำหนดนโยบาย  ก็จะเป็นธรรมแก่ประชาชน แต่หากเราปล่อยให้คนโกงคะแนนเข้ามาเป็น สส สว    อบต อบจ ผู้ว่าฯ     แน่นอนเขาต้องมาถอนทุนคืน     การบริหารประเทศ  ก็จะ ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน แต่ทำเพื่อตนเอง

 

         2   การที่เราต้องการประชาธิปไตย   คือการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน     แต่ ประชาชนต้องมีความฉลาด รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง    สามารถทำมาหากิน ยืนอยู่บนขาตัวเองได้   ไม่ต้องพึ่งพานักการเมือง ผู้มีอิทธิพล พ่อค้า นายทุน     นั่นคือ ระบบการศึกษา   ต้องทำให้คนฉลาด  ประกอบอาชีพ ได้  มีองค์ความรู้พอสมควรในระบอบประชาธิปไตย รู้สิทธิ  หน้าที่ของตนเอง   นั่นคือ ต้องมีสื่อ ทีวี หนึ่งช่องฟรี     ในการให้ความรู้ประชาชนไม่ ปิดหูปิดตา ปิดกั้น ความคิดเห็น  มันสมอง       ซึ่งหากรัฐบาล จริงใจ ควรให้สื่อทีวี หนึ่งช่อง วันละครั้ง   หนึ่งชั่วโมงเพียงพอ   รวมทั้งให้ งบประมาณ พอควรในการปฏิรูป(พัฒนาการเมือง)การเมือง   

 

        3 สังคมไทย ตอนนี้เต็มไปด้วย สงครามจิตวิทยา ข้อมูลข่าวสาร พยายามดึงประชาชนเป็นพวก ให้มากสุด  โดยให้ข้อมูลด้านเดียวเท็จบ้างจริงบ้าง    เพื่อหลอกลวงประชาชน ที่มีหัวใจบริสุทธิ์ มีใจรักชาติ จิตใจดีงาม   แต่ตามไม่ทันเกมส์ แม้น แต่ทหาร ตำรวจ  นักเคลื่อนไหว ต่างๆ   ก็ตาม     หรือการโจมตี คนดี เป็นคนเลว คนเลวกลายเป็นคนดี ด้วยสงครามข้อมูลข่าวสารที่คนไทยมักเชื่อง่าย ๆ  ขาดการคิดไตร่ตรอง    จนตกเป็นเครื่องมือของคนที่จ้องแสวงหาประโยชน์  และอำนาจ   แต่ประเทศชาติ ประชาชนเรามีแต่เสียกับเสีย    ซ้ำซาก  

              นักการเมือง  และข้าราชการบางกลุ่มบางคน  มีแต่ได้กับได้  ฉวยโอกาสผ่านงบประมาณการทำโครงการใหญ่ๆต่างๆ  ง่ายๆ         สุดท้าย คนที่กอบโกย ก็โกยกันต่อ ไม่มีใครมาสนใจ จ้องมอง         เช่น   พวกกลุ่มพลังงาน  แหล่งน้ำมันดิบ  แหล่งก๊าซธรรมชาติ ต่างๆ      ระบบการศึกษาที่รร กวดวิชาเต็มเมือง     ราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม

 

          4   พวกกลุ่มเคลื่อนไหว    ไม่ได้วางแผนป้องกันปัญหาในระยะยาว  คือการป้องกันเพียงเรื่องๆเป็นพักๆ   ซึ่งจะต้องตามแก้ไขปัญหาทุกชั่วอายุของเราและลูกหลานไม่จบสิ้น    เพราะเราไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ  คือการปิดช่องว่างไม่ให้คนเลว คนโกงมาปกครองบ้านเมือง     และมีการวางระบบการตรวจสอบ เป็น ระยะยาว  เช่น  การจัดตั้งรัฐบาลเงา คือการติดตามทุกกระทรวง ในการออกนโยบาย ไม่ต้องหยุดไม่ว่าพรรคไหนๆ มาเป็นรัฐบาลถูกตรวจสอบหมด     โดยแบ่งเป็นกระทรวงๆ ใครสนใจกระทรวงไหนก็หาข้อมูลว่า โครงการนโยบายที่ออกมานั้น มีประโยชน์กับประชาชนจริงไหม    และจัดทำตัวชี้วัดธรรมาภิบาลในทุกหน่วยงานของรัฐ (ซึ่งสภาพัฒนาการเมือง  โดยคณะกรรมการภาคประชาสังคม  กำลังดำเนินการพัฒนาปรับปรุงอยู่    ติดตามได้ใน www.thammapiban.com  )

 

                 เช่นกระทรวงศึกษาขอ งบกลางปี  แสนกว่าล้านเอาไปทำอะไรบ้าง      ม.นอกระบบค่าเทอมแพงขึ้น  คุณภาพดีขึ้นจริงไหม  หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำให้เยาวชน อนาคตของชาติมีคุณภาพ หรือเป็นเครื่องมือหากินของ โรงพิมพ์     ส่วนต่างดอกเบี้ยที่แพงๆ ใครได้ประโยชน แบงค์ชาติ กระทรวงการคลังทำหน้าที่ เอื้อประโยชน์ใคร 

                เงินกู้รัฐบาล หลายแสนล้านเอาไปทำอะไร  มี ตัวชี้วัดใดที่คาดว่าจะได้ผล       การขึ้นค่าเอฟที เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือหมกเม็ด       การให้สัมปทาน แหล่งก๊าซมีใครได้บ้าง   ให้ผลตอบแทนอย่างไรแก่รัฐ      ราคาสินค้า ทำไมอ้างขึ้นราคากันมาก  จนเดือดร้นอนไปทั่ว ฯลฯ


การแก้ไขปัญหาการเมือง ที่สำเร็จของญี่ปุ่น และแนวทางที่ไทยควรแก้ไข

หมายเหตุ  ดัดแปลงบทความส่วนหนึ่งจาก ข้อเขียน ท่าน อุดร ตันติสุนทร สรุปสาระสำคัญดังนี้

ก.การใช้เงินน้อยๆ 

 ค่าสมัคร  และค่าใช้จ่ายในการหาเสียง  กำหนดให้ต่ำ    เช่น  5,000  -200,000  บาท  รวมทั้งผู้ว่ากทม.        การหาเสียง มี กกต.ช่วยดำเนินการให้อย่างเสมอภาค   ซึ่งมีงบสนับสนุน การเลือกตั้งอยู่แล้วจากภาครัฐ    นอกเหนือจากนี้ห้ามมีการหาเสียง ทุกวิธี     และหากผู้สมัครท่านใดคะแนนไม่ถึง 3-5% ของผู้มีสิทธิ์ จักต้องถูกปรับ   มูลค่าเท่ากับค่าใช้จ่ายที่รัฐสนับสนุนในการจัดเลือกตั้งต่อคน   

ข.การเลือกตั้งโปร่งใส

 1 บัตรเลือกตั้งทุกใบ ให้พิมพ์ ลายนิ้วมือ  หรือลายเซ็นต์ของผู้สมัคร  (หรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมาย ) อย่างน้อย 3-5 คนต่อใบ        เพื่อป้องกัน การโกงคะแนน   การยกหีบสับหีบ เพราะฉะนั้นจะนับที่ไหนก็ได้   และ กรรมการหน่วยต้องห้ามเผยแพร่ บัตรเลือกตั้ง  (แบ่งเป็นบัตรเลือกตั้งเป็นกลุ่มๆ  กลุ่มละ สองหมื่นใบ รายละเอีดยวิธีการขอชี้แจงเพิ่มเติม  หากสงสัยในการปฏิบัติ )

2  สส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง  เพราะ บางพรรคต้องจ่ายสองล้านถึงลงสมัครได้

3  ยกเลิก การเลือกตั้งล่วงหน้า  หรือต่างแดน  เพราะผู้ใช้สิทธิน้อยไม่คุ้มค่า อีกทั้งเสี่ยงทุจริต

4   เลื่อนลำดับผู้สมัคร หาก คนแรกชนะเลือกตั้ง  ทำการทุจริต

5  มีรางวัลนำจับผู้ซื้อสิทธิขายเสียง     โกงคะแนน        ผลิตบัตรปลอม   ใส่บัตรผี  เช่นมีรางวัล 5ล้าน     แบ่งเป็นผู้แจ้งเบาะแส 2ล้าน  ตำรวจ 3 ล้าน      ปิดเป็นความลับ เงินรางวัลมาจากผู้สมัครที่โกงหรือซื้อเสียง  

6   นักการเมือง ที่ปรึกษา   เครือญาติ ผู้สนับสนุน  ที่ปรึกษา  ผู้เกี่ยวข้อง   กรรมการ ประจำหน่วย    ที่กระทำการซื้อขายเสียง   โกงคะแนน   ต้องคดีอาญา ติดคุกหมด    และปรับอย่างต่ำ 5 ล้านบาท และต้องมีระบบป้องกันพยาน มีการวางระบบป้องกันผู้ร้อง และเจ้าหน้าที่กกต .ที่แพร่งพรายข้อมูล ความลับผู้แจ้งเบาะแส จนผู้ร้อง  หรือพยาน เกิดความเสียหายเดือดร้อน   หรือ ได้รับอันตราย ข่มขู่คุกคาม      จักต้อง ต้องโทษทางอาญา   

7    นักการเมืองที่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ให้กำจัดสิทธิ์ ลงเลือกตั้ง 10 ปี     และ ที่ปรึกษา   ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด       ผู้ฝ่าฝืนจะถูกจับเป็นคดีอาญา รวมทั้งญาติพี่น้องและผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมกระทำผิดด้วย โดยศาลเป็นผู้พิจารณาพิพากษา    และถูกปรับอย่างน้อย  5ล้านบาท

8    มีศาลเลือกตั้ง คดีเลือกตั้ง เป็นคดีอาญา  ยอมความไม่ได้การพิจารณาของทุกศาลจักต้อง ไม่เกิน 100วัน  ไม่ว่าศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฏีกา

 9   ให้อัยการร่วมสอบสวนการทุจริต    เสร็จ และส่งศาลภายใน 30 วัน

 10  ให้มีงบประมาณสำหรับเครือข่ายภาคประชาชนร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง   และจัดเป็นพรบ. ตรวจสอบการเลือกตั้ง แยกจาก กกต.อย่างชัดเจน  เพื่อป้องกันการโกงคะแนน   และการรับรององค์กรให้มีความรวดเร็วภายในสองเดือน หลังยื่นหนังสือ ขอรับรอง และก่อนเลือกตั้งอย่างน้อย 1 เดือน

11   ปิดหีบแล้วให้นับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง    (เฉพาะในกทม. )  และอ่านบัตรลงคะแนน   โดยห่างจากประชาชนที่สังเกตุการณ์ไม่เกิน สองเมตร   ไม่มีการเคลื่อนย้ายหีบบัตร  ก่อนนับคะแนน    และแจ้งคะแนนไว้ทุกหน่วยเลือกตั้งหลังนับคะแนน  เพื่อป้องกันการโกงคะแนน

12  มีกล้อง บันทึกเทปวีดีโอเวลานับคะแนนทุกหน่วยแล้วประกาศคะแนนหน้าหน่วย

13 ห้ามสื่อเชียร์หรือเสนอข่าวคนใดคนหนึ่งมากกว่าผู้อื่นๆ  เพื่อป้องกันการสร้างกระแสให้เลือกคนใดคนหนึ่งที่นายทุนกำหนด  หน่วยเลือกตั้ง    

 14  กกต. จังหวัดให้เลือกตั้งจาก ประชาชนในพื้นที่โดยมีระบบป้องกันการโกงคะแนน หรือให้ผู้นำศาสนาในพื้นที่ ช่วยกันคิดเลือก

15  ระยะเวลาในการหาเสียงเลือก ส.ว./ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เวลา 17 วันนายกเทศมนตรี 14 วัน, ส.ส. 12 วัน ที่ให้เวลาน้อยเพราะเขาถือว่า คนดีนั้นเขาเป็นผู้ทำดีมาโดยตลอดแล้วไม่ใช่มาดีตอนหาเสียง

 

ที่ต้องทำอีกประการหนึ่งคือขอให้กกต เชิญนักการเมืองทุกพรรค เครือข่ายประชาชนที่เคยมีประสบการณ์การเลือกตั้ง และผู้สนใจมาร่วมหาวิธีป้องกันการโกงการเลือกตั้งโดยให้ผู้สมัครนักการเมือง  และผู้ปฏิบัติ สามารถ ทำงานได้สะดวกและป้องกันได้จริง   โดยให้คนกลางเช่น คูณยุวรัตน์  กมลเวชช์      พลเอกสายหยุด   เกิดผล      เป็นประธานคณะทำงาน รวมถึงการการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ส่วนใดที่กกต. สามารถ ทำได้เลยไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย พระราชบัญญัติ ก็สามารถจะประกาศเองได้เลย  เช่นวิธีลงคะแนนนับคะแนน ฯลฯ

 

 

 

พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี www.thammapiban.com ,thai9lee@gmail.com,
วันที่โพสต์ 18/10/2012