เว็ปเพื่อนบ้าน

ปฏิรูปการเมือง


อำมาตยาธิปไตยมีจริง!!!!!

อำมาตยาธิปไตย หรือ Bureaucratic Polity ซึ่งอาจเรียกเรียงอย่างหนึ่งว่า "รัฐราชการ" ที่อำนาจในการปกครองบริหาร ของข้าราชการ ในองค์กรหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการดำเนิน นโยบาย เศรษฐกิจ ซึ่ง นำไปสู่การผูกขาดอำนาจในการกำหนดนโยบายสาธารณะ (ที่มา:สันติพงษ์ มูลฟอง ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชนเมื่อ : 7/07/2008 ) 
ในอดีตจนปัจจุบัน และอนาคต เมื่อ มีการ ระดม ก่อ มอบ ครั้งใด มักใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ สุดท้าย ที่ตายไปคือประชาชนที่ถูกยั่วยุให้เกิดความรักชาติ มองเหรียญ ด้านเดียว รู้ไม่เท่าทัน แล้วออกมาเคลื่อนไหว
           แต่เมื่อปฏิวัติ ยึดอำนาจเสร็จกี่ครั้งแล้ว แม้นในสมัย ยึดอำนาจจากรัชกาลที่เจ็ด ก็เหตุผลเดียวกัน คือเพื่อให้ประชาชนได้ปกครองตนเอง มี การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่กี่ครั้ง ฉีกไปกี่ครั้ง แต่ ชาวบ้านไม่เคยได้อะไร วนเวียนไม่รู้จบสิ้น แต่ประชาชนไม่เคย นำเอามา เป็นบทเรียน 
          ส่วนประโยชน์ของประชาชนจริงๆ ไม่เคยเห็นมีการระดม พลังมวลชน ออกมาเคลื่อนไหว ขับเคลื่อน ไม่เคยเห็นสื่อไหน เสนอข่าวรวมพลังเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ชาติ เช่นราคาน้ำมันแพง ข้าวของแพง การจัดการศึกษาที่ทำลายศักยภาพเยาวชน และเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ยิ่งเรียนยิ่งคิดไม่เป็น 
           หรือเสนอให้เป็นข่าวใหญ่ๆ เป็นกระแสให้สังคมรับรู้ ไม่ว่าการทวงหนี้จากนายแบงค์ ที่ไม่เป็นธรรม ระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย การแปรรูปโรงงานยาสูบ การนำม.ออกนอก ระบบ การขูดรีดของหน่วยงานรัฐ โดยอ้างผลประโยชน์ชาติ แต่แท้ที่จริงคือผลประโยชน์คณะ ผู้บริหารไม่ว่านักการเมือง ข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้ถือหุ้น ญาติพี่น้องที่ใกล้ชิด 
ราคาสินค้าแพง น้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง ราคารถเมล์แพง ใครออกมาขับเคลื่อนบ้าง 
ทุกรัฐบาล ทุกกลุ่มอำนาจ มักอ้างประชาชน 

ขอให้ทุกท่าน ทบทวน ประวัติศาสตร์ผลงานของรัฐบาล แต่ละยุค เช่น 
1 รัฐบาลปชป. เกิด ปรส ประชาชนเจ๊ง เป็นแสนๆล้านล้านบาท ขณะนี้ยังถูกตามหนี้ไม่จบสิ้น ยึดทรัพย์เท่าไรไม่มีวันหมดหนี้ แบงค์ชาติไม่ได้ควบคุมดูแล ปล่อยปละละเลยเอื้อนายทุนแบงค์ 
ปัจจุบัน ผลความเสียหายเดือดร้อน ยังตามหลอกตามหลอนไม่จบสิ้น เป็นหนี้แสนเดียวยึดบ้านยึดที่ หนี้ยังไม่หมด และแบงค์ชาติยังปล่อยให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสูงมากขึ้น ใครได้ประโยชน์   
สปก ใครได้ประโยชน์อ้างประชาชน
2 รัฐบาลทักษิณ เกิด แปรรูปปตท น้ำมันโคตรแพงขึ้น เกิด ระบบการศึกษาที่ห่วยที่สุดในโลก       แอดมิชชั่น ยุบสายวิทย์ศิลป์ บังคับเด็กเรียนมากมายซ้ำซาก เกิด รร.กวดวิชา เป็นดอกเห็ด 
เด็กเรียนหนัก กวดวิชามากกว่าทุกสมัย ระบบการสอบคัดเลือกระบบแอดมิชชั่น ผลงานชิ้นโบว์ดำของรัฐบาลคุณทักษิณ จนรัฐบาลนี้ กำลังจะแก้ ก็ไม่ สำเร็จ  เท่าที่ควร
3 รัฐบาลสุรยุทธ์ ม.นอกระบบ 7 แห่ง ซึ่งที่มาผิดกฎหมายยังประกาศใช้ เช่น นายกสภามหาลัย คนชงเรื่อง พรบ เอง และ ให้ขึ้นเงินเดือนตนเอง  แถมยังให้ผ่านเอง ขณะเป็น ประธานสนช    องค์ประชุม สนช.ไม่ครบ ก็สามารถประกาศใช้ได้ ใครใหญ่จริงละ!!!!!      แม้นแต่กระบวนการยุติธรรมยังไม่พิพากษา   
ข้าวของโคตรแพง นมผง สินค้าจำเป็นขึ้นเกือบสองเท่า ด้วยอ้างราคาน้ำมัน แต่..เวลาน้ำมันลง ตอนนี้สินค้ายังไม่ค่อยจะลง
แกนนำเยาวชน ที่ไหนบ้างที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ม.นอกระบบ แอดมิชชั่น แล้วเป็นข่าวใหญ่ เป็นกระแสให้สังคมรับรู้   หรือมีมหาลัยไหนสนับสนุนให้เยาวชนออกมาทำกิจกรรมเหล่านี้ 
4 รัฐบาลอภิสิทธิ บวกเนวิน   มีข่าวเรื่องคอรัปชั่น ปาล์ม โก่งราคาน้ำมันเพื่อรับ ซื้อปาล์มดิบที่เ ครือญาติเป็นเจ้าของสวนปาล์ม     ขึ้นราคาไข่เอื้อนายทุนสิค้าเกษตรยักษ์ใหญ่  ขึ้นดอกเบี้ย เอื้อนายแบงค์
ราคาน้ำมัน กำไรหน้าปัมพ์เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ สองบาทถึงเจ็ดบาท ที่ผู้บริโภค ประชาชน ไม่เคยเห็นแกนนำที่รักชาติ ออกมาคัดค้าน  
ค่าไฟฟ้าเอฟที ขึ้นราคาทั้งที่น้ำมันลดกว่าครึ่ง ค่าเอฟทีควรลดกว่าครึ่งแต่เพิ่มขึ้นทุกครั้ง ไม่เคยเห็นแกนนำ ผู้อ้างประชาธิปไตย นำประชาชน ออกมาคัดค้าน
และเป็นประชาชน รากหญ้า ที่มีหัวใจบริสุทธิ์ ผ่องใส เสียสละ ในการแสดงซึ่งความรักชาติ (ส่วนคนที่ถูกว่าจ้างมาก็ขอยกประโยชน์ให้จำเลย ) ที่ไม่ใช่แกนนำที่ต้องเสี่ยงต่อชีวิต เลือดเนื้อ เพราะความไม่เท่าทัน 
ตั้งแต่อดีต จนปัจจุบัน และคิดว่าในอนาคต หากประชาชนยังเคลื่อนไหวเพื่อ ประโยชน์ตนเองและพรรคพวก หรือไม่คิดไตร่ตรองให้รอบคอบ ติดตามคำพูดแต่ละคนที่ออกมานำม๊อบ ประชาชนจริงๆก็คงต้องก้มหน้าก้มตารับเคราะห์กรรมไม่สิ้นสุด เพราะกลุ่มที่เคลื่อนไหว มวลชนส่วนใหญ่มักมีเป้าหมายซ่อนเร้น จะมีคนทำเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนจริงจัง สักกี่คน 
การเมืองใหม่ไปถึงไหนแล้ว รัฐไทยใหม่เป็นอย่างไร
ต้องการประชาธิปไตยจริงหรือ เลือกตั้งทีไร กลุ่มที่ได้เข้ามาคือ นายทุน พวกอำนาจข้าราชการเก่าๆ นักเลง แต่เกณฑ์การเลือกตั้งยังเอื้อนายทุน กลุ่มอำนาจเดิมๆ นี่คือความจริงที่สื่อไม่ค่อยจะ ยอมนำ เสนอ 
ระบบการศึกษา แอดมิชชั่น ยุบรวมสายวิทย์สายศิลป์ เด็กเครียดถูกพัฒนาผิดทาง ไอคิวลดลง ไปเรื่อยๆ ต้องทำตามอำมาตยาธิปไตย เด็กจะเป็นจะตาย เสียหายเท่าไร ไม่สนใจ 
มีใครออกมาเรียกร้องเสียงดังๆบ้าง 
ทุกคนรู้แก่ใจดี ว่าทำอะไรอยู่ทำเพื่อใคร ไม่ว่ากลุ่มไหนๆ
บาง คนอ้างความจงรักภักดี ทำ เพื่อในหลวง แต่...เพียงเพราะแค่ สร้างภาพเพื่อดึงสถาบันมา เพื่อให้เครดิตตนเองให้ปรากฏแก่สังคม ว่าเป็นคนดี รักในหลวง เท่านั้น แต่แท้ที่จริงเบื้องหลังคือ การกอบโกย และกดขี่ขมแหงประชาชนในทางลับ ๆ
สรุปแล้วกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์คือ
กลุ่มผลประโยชน์ ..มี 5 วิชาชีพ  
1 ข้าราชการ-นักวิชาการ นักกฎหมาย ระดับสูง      
2 นักการเมือง 
3 นายทุน-พ่อค้า 
4 สื่อมวลชน 
5 นักเคลื่อนไหวที่หวังได้งบประมาณ  หรือเงิน 
ประเทศไทยมีการแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่างคน 4 กลุ่มนี้  หรือเอื้อประโยชน์กลุ่มคนเหล่านี้ 
ใครจะมาเป็นนายกฯ ....ก็เหมือนกัน 
จะมาโดยการปฏิวัติ.. ก็ไม่ต่างกัน
จะมาโดยการเลือกตั้ง... ก็ไม่ต่างกัน 
จะฉีก และเขียนรัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายกี่ร้อยครั้งพันครั้ง ...ก็ไม่ต่างกัน     เพราะ ผู้ที่ทำอยู่เหนือกฎหมายเห็นชัดเจน ข้าราชการผู้ใหญ่นักการเมือง กลุ่มนักกฎหมาย กลุ่มทุน กลุ่มสื่อ ผู้ปกครองประเทศ    ไม่เคยถูกลงโทษด้วยกฎหมาย 
ทางแก้ ความแตกแยกเกิดจากความไม่ยุติธรรมในกระบวนการศาล และองค์กรอิสระ และผู้ใหญ่ของประเทศ     คนโกงทุกคนต้องถูกลงโทษ ไม่เว้นแม้นนักการเมืองทุกฝ่าย ใครซื้อเสียงต้องถูกยุบพรรคเหมือนๆกัน   ใครคอรัปชันต้องติดคุกเหมือนกันไม่ใช่คนหนึ่งต้องติดคุก แต่อีกคนยังกลีบมาเป็นรัฐบาล ได้
นี่คือผลผลิตของความแตกแยก     ประชาชน ไม่เคยได้อะไร 
ได้อย่างเดียว ..ได้ตกเป็นเหยื่อ ของการแย่งชิงผลประโยชน์  และสูญเสียญาติมิตร  ได้เสียเลือดเนื้อ 

วันที่โพสต์ 16/10/2012