เว็ปเพื่อนบ้าน

บทความ


ต้นเหตุความแตกต่างของรายได้ของชนชาวไทย๒๓ มิย ๕๓


ต้นเหตุความแตกต่างของรายได้ของชนชาวไทย๒๓ มิย ๕๓
พท.พญ.กมลพรรณชีวพันธ์ศรีthai9lee@gmail.com,
www.thammapiban.com
ปัจจุบันความแตกต่างของรายได้และความร่ำรวยกับความยากจนจะยิ่งห่างกันมากขึ้น
คนจนสุด ๑๐%    กับคนรวยสุด ๑๐% มีความแตกต่างของรายได้ ๒๓ เท่าในขณะที่ทั่วประเทศกลุ่มG ๒๐  อันได้แก่ประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อเมริกาอังกฤษแคนนาดายุโรป ฯ และประเทศอุตสาหกรรมขนาดกลางเช่นแอฟริกาเกาหลีตุรกีอาร์เจนติน่าอินเดียจีนบราซิลแมกซิโก ฯ อยู่ที่ ๔.๓ เท่าคนรวยสุดหนึ่งในห้า(๑/๕)ในไทยมีรายได้รวมสามในห้า(๓/๕) (กว่าครึ่ง) ของประเทศ
คนจนสุดหนึ่งในห้า(๑/๕)มีรายได้หนึ่งในยี่สิบ(๑/๒๐) ?ของประเทศที่มาดร.กอบศักดิ์ภูตระกูลhttp://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/kobsak/20100407/108995/
การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของรายได้.htmlหรือดูที่ www.kopsak.com
ตระกูลร่ำรวยมากๆมีไม่กี่ตระกูลมักเป็นนักการเมืองนักธุรกิจทั้งที่รวยจากการประกอบอาชีพธุรกิจด้วยมันสมองของตนเองและหรือการเมืองอาชีพของคนไทยส่วนใหญ่คือเกษตรกรสินค้าพืชผลไม้เกษตรตกต่ำกว่าจะขายได้สักบาทสองบาทช่างยากเย็นยกเว้นข้าวราคาไข่ราคาหมูที่ขายปลีกราคาสูงการผูกขาดการขนส่งทางอากาศทำให้สินค้าเกษตรพืชผลไม้ส่งออกไม่ได้ตัดโอกาสเกษตรกรไทยการกำหนดราคาปุ๋ยยาฆ่าแมลงการไม่ส่งเสริมสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรแหล่งน้ำไม่มีที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำประจำจังหวัดรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะประชาชนระดับรากหญ้าชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำจำเป็นต้องใช้ปัจจัยสี่ได้แก่อาหารรวมค่าเดินทางทำงานที่อยู่อาศัยเครื่องนุ่งห่มยารักษาโรค(มี๓๐ บาทรักษาทุกโรครอดไป )
ค่าครองชีพแพงโดยเฉพาะราคาสินค้าอุปโภคบริโภคค่าเดินทางไปทำงานค่าเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ราคาไฟฟ้าราคาน้ำมันสาเหตุพอจะวิเคราะห์ได้ดังนี้

-ค่าครองชีพแพงมาจากราคาสินค้าค่าอาหารค่าบริการในชีวิตประจำวันไม่ว่าค่ารถเมล์ค่ารถโดยสารอื่นๆค่าเดินทางค่าอาหารในชีวิตประจำวันซึ่งองค์ประกอบมาจากต้นทุนทั้งจากราคาการผลิตค่าแรงค่าบริหารจัดการค่าไฟฟ้าค่าขนส่งซึ่งมาจากราคาน้ำมันค่าเช่าบ้านผ่อนบ้านส่วนใครมีบุตรหลานก็เพิ่มค่าใช้จ่ายในโรงเรียนค่าเดินทางค่าเล่าเรียนค่าเสื้อผ้าเพิ่มเติม

หากมององค์ประกอบเหล่านี้ในอดีตจนปัจจุบัน
๑เรามีหน่วยงาน กรมการค้าภายในทำหน้าที่เป็นเลขาคณะกรรมการกำกับสินค้าและบริการสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งคอยกำหนดและอนุญาตหรือควบคุมสินค้าชนิดต่างๆที่จำเป็นต่อการดำรงค์ชีพ
ซึ่งก้จะทราบทั้งต้นทุนการผลิตราคาค่าบริหารจัดการซึ่งรวมเอาค่าโฆษณาลงไปด้วยสินค้าบางอย่างมีค่าการบริหารจัดการ ๖๐_๗๐ เปอเซ็นต์
หากนายทุนร่วมมือกับกรมการค้าภายในอะไรจะเกิดขึ้นคือราคาสินค้าแพงขึ้น
จะเห็นว่าปีที่ผ่านมากำไรน้ำมันพืชเพิ่มขึ้นมากราคานมในเมืองไทยแพงกว่าอเมริกา(น้ำมัน๕ลิตร ราคา๓_๕ เหรียญค่าโฆษณาในทีวีในไทยไม่มีการกำหนดเพดานราคาค่าโฆษณาเจ้าของทีวีมีใครบ้างที่รับสัมปทานรวยขึ้นแต่ชาวบ้านที่ซื้อสินค้าจนลงเพราะเป็นการสมยอมของผู้ซื้อเวลากับเจ้าของรายการแต่เคราะห์กรรมไปตกกับผู้บริโภค(นาทีละสี่-ห้าแสน )ท่านทราบไหมว่าราคาไข่ในอเมริกาถูกกว่าไทยทั้งที่ค่าครองชีพเขาแพงค่าแรงเขาแพงกว่าเรามากๆหลายเท่าไข่ไก่ ๑๒ฟองใหญ่ๆราคาตั้งแต่ ๙๙ เซ็นต์ถึงหนึ่งเหรียญอเมริกา ๓๐กว่าบาทของไทยเรา๓๖+ บาทเคยมีมติครม ๗ มค ๕๓ โดยรมตกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้จำกัดการผลิตไข่เพราะกลัวล้นตลาด( แต่ทำให้ราคาแพงขึ้น  …ใครได้ประโยชน์ )

๒เรามีหน่วยงาน สำนักงานกำกับกิจการพลังงานมีหน้าที่กำหนดราคาค่าไฟฟ้าเมื่อก่อนขึ้นลงทุกสี่เดือนมีสินค้าอะไรที่ขึ้นลงไดุ้กสี่เดือนแต่ส่วนใหญ่มักจะขึ้นมากกว่าลงซึ่งแปรผันตามค่าต้นทุนก๊าซที่เป็นตัวผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งแปรผันตามราคาน้ำมันดิบและตลาดโลกตามมติครม (ซึ่งขัดรัฐรรมนูญ)และค่าบริหารจัดการค่าเงินเดือนค่าโบนัสค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการและเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจซึ่งเพิ่มขึ้นในแต่ละปีค่าเบี้ยประชุมของคณะกรรมการหลายหมื่นบาทรวมค่าเงินเดือนเป็นแสนกรรมการไม่กี่คนรวยแต่ผลกระทบต่อชาวบ้านที่แบกภาระ
ราคาค่าไฟฟ้าขึ้นกับราคาก๊าซที่ผูกขาดมาโดยตลอดของปตทกำไรของผู้ถือหุ้นและกรรมการบอร์ดเจ้าหน้าที่ปตทรวยขึ้น ?แต่ชาวบ้านรับกรรมปตทกำไรจากการขายก๊าซหลายหมื่นล้านและอ้างอิงราคานำมันแต่เมื่อนำมันลดลงกว่าครึ่งราคาก๊าซไม่ได้ลดลงและราคาไฟฟ้าก็ไม่ได้ลดลงเลยเเถมจะเพิ่มขึ้นด้วยอ้างเหตุผลนานาประการที่ชาวบ้านตามไม่ค่อยทันตอนนี้ก็ดีหน่อยตรงที่รมตพลังงานให้หยุดขึ้ค่าไฟฟ้าเอฟ-ทีและก๊าซจนถึงสิ้นปี ๕๔

๓ เรามีหน่วยงานสำนักนโยบายและแผนพลังงานไว้เพื่อควบคุมกำหนดราคาน้ำมันซึ่งมีมติครมให้ปรับเปลี่ยนตามราคาตลาดโลกซึ่งราคาน้ำมันเมืองไทยแพงกว่าในอเมริกาสองเท่า
น้ำมันธรรมดาราคา ๒.๕ถึง๒.๙ ดอลล่าร์ต่อแกลลอน (๕ลิตร )แล้วแต่แต่ละรัฐซึ่งเท่ากับ ๒.๕คูณ ๓.๒ หารด้วย๕เท่ากับ ๑๖ บาทต่อลิตรแต่ของไทย ๓๐กว่าบาท เนื่องจากไทยมีค่ากองทุน(ซึ่งไปทำอะไรบ้างไม่ได้เปิดเผยชัดเจนแต่เท่าที่รับรู้คือมีการโฆษณาของปตทเกือบทุกสถานีวิทยุ ) ค่าภาษีต่างๆเกือบครึ่งของราคาน้ำมันค่าการตลาด (กำไรหน้าปัมพ์และรายจ่ายอื่นของปัมพ์ )
เหตุผลเขาคือหากราคาน้ำมันถูกคนไทยจะสุรุ่ยสุร่ายใช้นำมันเปลืองนำเข้ามากขาดดุลย์เป็นเหตุผลที่ดีแต่ไม่ควรให้คนที่ขายราคาสูงตกแก่นายทุนอันน่าจะเป็นภาษีมากกว่ากองทุนเพราะกองทุนกรรมการบอร์ดปตทเอาไปบริหารเองไม่ได้ตกแก่ภาครัฐ
๔ เรามีหน่วยงานกรมธนารักษ์สำนักประเมินที่ดินกระทรวงการคลังคอยกำหนดประเมินราคาที่ดินที่ปรับสุงขึ้นเป็นระยะคนซื้อบ้านเช่าบ้านก็รับกรรมไปแทนเพราะราคาแพง ?หาซื้อยาก
๕ เรามีคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางที่คอยควบคุมราคาค่าโดยสารต่างๆซึ่งที่จริงแล้วควรให้โดยสารรถเมย์ฟรีหรือสามบาทรวดเดียวทุกสายไปเลยทั้งวันสามบาทเพื่อช่วยเหลือคนยากจนและการเดินทางในต่างจังหวัดควรลดราคาลงกว่าครึ่ง ลดจำนวนรถโดยสารที่มาแข่งขันกันด้วยเพราะคำนวณแล้วกำไรมาก
๖ เรามีคณะกรรมการการศึกษาห้าแท่งมีนโยบายทางการศึกษาที่เรียนฟรีแต่มีการกำหนดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษามีค่านั้นค่านี่เยอะแยะไปหมดเดี๋ยวก็ค่าเรียนพิเศษครูต่างประเทศค่าเรียนคอมพิวเตอร์ค่าเดินทางไปเรียนห่างจากบริวณบ้านค่าเสื้อกีฬาเสื้อพละชุดลูกเสือเนตรนารีกีฬาสี
การกำหนดชุดเนตรนารีลูกเสือใส่แล้วทำให้เด็กเป็นคนดีขึ้นหรือไม่ใช่เป็นสากลทั่วโลกแต่ไม่มีเครื่องหมายมากมายเยอะเเยะเกินความจำเป็นเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะต่อคนยากจน
ทุกอย่างที่ปรับขึ้นลงประชาชนไม่อาจจะทราบข้อมูลที่แท้จริงได้

แต่ผลลัพท์สุดท้ายที่ประชาชนเห็นๆคือ
๑ ความร่ำรวยของผู้ถือหุ้นปตทและคณะกรรมการบอร์ดที่มีค่าประชุมหลายหมื่นบาทต่อครั้งตอนนี้ไม่รู้ว่าจะทะลุหลักแสนหรือยังในการประชุมแต่ละครั้งของคณะกรรมการบอร์ดซึ่งรวมเอาทั้งตัวแทนอัยการตัวแทนผู้ตรวจเงินแผ่นดินตัวแทนหน่วยงานรัฐที่คณะกรรมการกฤษฎีกา(ซึ่งมีข้าราชการเป็นคณะกรรมการหลายหน่วยงานไม่ว่ารัฐวิสาหกิจอดีตกรรมการปตทอดีตปลัดกระทรวงศึกษา )    ตีความว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเงินรายได้ของปทตกำไรหลายหมื่นล้านถึงแสนล้านส่วนใหญ่จากการขายก๊าซที่ส่วนใหญ่ขุดได้ในประเทศไม่บอกว่าเท่าไรและนำเข้าเท่าไรส่งออกไปเท่าไรที่ชัดเจนสู่สาธารณะยกเว้นต้องไปค้นข้อมูลเองก็หายากสำหรบัชาวบ้านธรรมดา
รายได้จากการส่งออกมีสัดส่วนเท่าไรไม่ปรากฎชัดต่อสาธารณะชนมีแต่การประชาสัมพันธ์ทางสื่อว่าเราต้องนำเข้าก๊าซเพราะไม่พอใช้แต่ไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจนแน่นอนลอยไปลอยมาแต่เมื่อก๊าซไม่พอใช้ทำไมปตท.ร่ำรวยจากการขายก๊าซมาจากส่วนไหนกัน???และที่ว่าอ้างอิงตามราคาน้ำมันเวลาน้ำมันลดลงกว่าครึ่งไม่เห็นลดราคาเมื่อราคาน้ำมันขึ้นราคาสินค้าพลอยขึ้นไปด้วยรวมทั้งค่าเดินทางค่าโดยสารที่มีกลุ่มพวกฉวยโอกาสพากันขึ้นราคา
๒ ความร่ำรวยของนักการเมืองจากไม่มีอะไรเลยจนรวยอันดับต้นๆ
๓ ความร่ำรวยของข้าราชการระดับสูงขับรถเบนซ์เงินเดือนสูงสุดแค่หลักแสนแต่ทำไมซื้อรถเบนซ์ได้ราคาห้าล้านผ่อนห้าปีเดือนหนึ่งก็แสนบาทไม่ต้องกินต้องใช้เลยก็ไม่สามารถผ่อนได้
๔ ความร่ำรวยของนายทุนนักธุรกิจที่อิงการเมืองมองก็เห็นๆว่ามีตระกูลไหนบ้าง

ทั้งหมดจะเห็นว่าการกำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคการวางนโยบายของรัฐบาลล้วนแต่จะทำให้ความแตกต่างของรายได้ห่างกันมากขึ้นเพราะเจ้าหน้าที่รัฐทั้งนักการเมืองข้าราชการบางส่วนและนายทุนร่วมหมกเม็ดและหัวใจที่สำคัญคือประะชาชนเราไม่ตื่นตัวและนอนหลับทับสิทธิไม่ใส่ใจไม่เรียกร้องไม่คัดค้านไม่ติดตาม
แต่เพิ่มเงินในการคอรัปชั่นโครงการต่างๆควรจะตรวจสอบค่าใช้จ่ายอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ตกหล่นมีประสิทธิภาพตอนนี้กระทรวงต่างๆล้วนมีค่าโฆษณาเป็นว่าเล่นสื่อต่างๆได้ค่าโฆษณาจากหน่วยงานรัฐมากสุดเพื่อ??ปิดปากสื่อหรือไม่

ซึ่งสามารถลดภาระงบประมาณได้เกือบครึ่งแน่นอนเท่ากับรัฐได้รายได้เพิ่มขึ้นเพียงแต่เงินหาหรือซื้อเสียงอาจจะน้อยลงเท่านั้นประชาชนคนไทยน่าจะตื่นตัวไม่รับไม่เลือกคนที่แจกเงินนำไปเที่ยวแต่เลือกคนที่มีนโยบายดีมาให้คนไทยและทำได้จริงจะดีกว่าไหมและสุดท้ายต้องแก้ไขวงจรเลวร้ายที่เคยได้นักการเมืองซื้อเสียงมาด้วยทุนก็ต้องหาทุนโดยร่วมมือกับข้าราชการบางส่วนสื่อมวลชนและนักวิชาการบางกลุ่มมาเป็นนักการเมืองน้ำดีมีนโยบายไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่โกงกินเพื่อหาเงินไปเลือกตั้งไม่ออกนโยบายกำหนดมาตรการที่เอื้อนายทุนหรือนักการเมืองหรือกลุ่มอิทธิพลไม่เพิ่มภาระแก่ประชาชน
สุดท้ายประชาชน/เยาวชนต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพที่เพิ่มมูลค่าคือการส่งเสริมการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการในปัจจุบันและทันสมัยในชีวิตและสังคมปัจจุบันต้องแข่งขันกันทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้นทำงานชั่วโมงเท่ากันรายได้ต้องเพิ่มขึ้นไม่ใช่ขายของกำไรชื้นละหนึ่งบาทก็ดีใจแล้วเท่านั้น
เขาขายของทีอย่างเช่นไอพอทตัวละหลายหมื่นบาทต้นทุนไม่เท่าไรแต่ขายมันสมองความคิด
เท่านี้ประชาชนและความเหลื่อมล้ำมันน่าจะน้อยลงประชาชนมีความสงบสุขขึ้นเยอะเลย
สำคัญคือประชาชนต้องตื่นเถิดชาวไทยอย่ามัวหลับไหลลุ่มหลงขับเคลื่อนให้ถูกทิศทาง
ไม่หลงให้ใครนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงอำนาจและผลประโยชน์ติดตามกันดีๆ
ลองพิจารณากันดูจะช่วยกันอย่างไร

วันที่โพสต์ 14/10/2012