เว็ปเพื่อนบ้าน

ปฏิรูปพลังงาน


หนังสือ ถึง นายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้พิจารณาแนวนโยบายรัฐ


  

เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ      องค์การปฏิรูปพลังงานแห่งชาติ      สภาธรรมาภิบาล  สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง

51 หมู่ 17 ถ.บางนา-ตราด กม.10 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ 10540

E-mail :  nacnthai@hotmail.com,  soovoy55@gmail.com, kamolpanch@gmail.com

โทร/โทรสาร 02-7637722    มือถือ 086-3671004   089-4418226

                                                           วันที่         10 ธันวาคม   2555

กราบเรียน     ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เรื่อง    ขอให้พิจารณาแนวนโยบายรัฐ

ข้าพเจ้า พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ผู้ประสานงาน เครือข่ายปฏิรูปพลังงานแห่งชาติ  มีความประสงค์ จะขอแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวนโยบายของรัฐ   ดังต่อไปนี้

1    การโฆษณาที่ให้เด็กออกมาพูดให้ประหยัดการใช้พลังงาน  โดยปตท   ภายใต้การกำกับดูแล ของ รมต .พลังงาน   แต่เห็นว่ามีความขัดแย้ง กับแนวนโยบายของรัฐบาล   ที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนเพื่อ การลดการ ใช้พลังงาน  เช่นการให้นโยบายโครงการคืนภาษี หนึ่งแสนบาทในรถคันแรก ทำให้ปริมาณ รถเพิ่มขึ้น 6-7 แสนคัน ภายใน 1 ปี     ทำให้สิ้นเปลืองการใช้พลังงาน    จราจรติดขัด  และเอื้อบริษัทเอกชนที่ผลิตรถยนต์ ที่จะได้กำไร เพิ่มจากการขายรถยนต์ แต่ รัฐบาลต้องเอาเงินภาษีประชาชนไปจ่ายทดแทน จำนวนถึง 60,000 -70,000  ล้านบาท    ยังไม่รวมเงินที่จะต้องไปซื้อพลังงานน้ำมัน ก๊าซมาใช้  ที่เพิ่มการใช้พลังงาน แทนที่จะเอาเงินเหล่านั้นไปสร้าง หรือวางโครงการสร้างระบบขนส่งมวลชน ขนาดใหญ่อย่างเร่งด่วน เช่นรถไฟความเร็วสูง และรถไฟฟ้า ต่างๆไป ทั่วประเทศ     กว่าจะตกลงได้เป็นสิบๆปี    ยังไม่รวมการสิ้นเปลืองจากการที่จราจรติดขัด   ซึ่งควรยุติได้แล้ว

แต่พยายามลากยาวให้คนใช้รถยนต์ เยอะๆ เพราะเกรงว่าบริษัทผลิตรถยนต์ หรือบริษัทขนส่งรถโดยสาร ที่เป็นนายทุนพรรค จะขาดทุน     และเกรงว่าจะขายน้ำมัน และก๊าซ ได้น้อยลงหรืออย่างไร   

เพราะฉะนั้นรัฐบาลหากจะลดการใช้พลังงานต้องเร่งสร้างระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ อย่างเร่งด่วนไม่ใช่ทดลองสิบปี ตัดสินใจสิบปี สร้างทีละห้าสิบกิโล ประเทศอื่นเขาใช้มาเป็น สิบๆปีไม่มีปัญหา แต่เรากลัวๆกัน   หรือมีเบื้องหลังแอบเเฝง   และไม่ควรสร้างแค่ภาคเหนือ  อิสานเท่านั้น ควรสร้างในภาคใต้ด้วย 

 

เพื่อมิให้เป็นการเลือกปฏิบัติ  หรือแบ่งประชาชนจากรัฐบาลเสียเอง เพราะรัฐบาลเก็บภาษีจากคนทุกภาค ไม่ใช่เฉพาะคนภาคเหนือ หรืออิสานเท่านั้น

           2        รัฐบาลมีการเลือกปฏิบัติ และมีการหมกเม็ดข้อมูลพลังงาน เพื่อขึ้นราคาก๊าซที่ขาดความชอบธรรม    เช่น ออกนโยบายคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเมื่อ 30 กย 2554   ให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมี จ่ายเงินเข้า กองทุนน้ำมัน เพียงหนึ่ง บาท ต่อกก.   แต่อุตสาหกรรมอื่นๆต้องจ่ายถึง 12บาทต่อกก  ภาคขนส่งจ่าย 4 บาทต่อกก.  และให้กลุ่มปิโตรเคมี ใช้ในราคาที่ต่ำกว่า ถึง 40 %  ต่ำกว่าของประชาชน และครัวเรือนทั้งๆที่ปิโตรเคมีทำธุรกิจ เพื่อผลประโยชน์เอกชน และใช้ในสัดส่วน ที่เกือบเท่าๆกับของครัวเรือน   ประมาณกว่า หนึ่งในสามของทั้งหมด และใช้ในปริมาณ   ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า ของภาคประชาชน กว่าสองเท่า     ถือเป็นการเลือก ปฏิบัติเพื่อ เอื้อประโยชน์ เอกชน   ทั้งยังเตรียม จะ ขึ้นราคาก๊าซ NGV   LPG   อีกในปี 2556   ทั้งนี้ประชาชนทราบดีว่า ผลประโยชน์ใน การขึ้นราคาก๊าซ ส่วนใหญ่ ตกเป็นของนายทุน   เช่นบริษัทสยามก๊าซ  แอนด์ปิโตรเคมิคอล มีพลเอกชัยสิทธิ   ชินวัตร เป็นประธาน กรรมการ    และบริษัท PTTGC ที่มีปตทถือหุ้น 49% นอกเหนือจากนั้นเป็นเอกชนรายอื่น มีนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เป็นประธาน ทั้งยังเป็นกรรมการบริษัทชินคอร์ป  ส่วนบริษัทปิโตรเคมีอื่นๆมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ ธนาคารกรุงเทพ     ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ในพรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน    และทั้งปตท สผ .ที่ขายก๊าซ NGV .ให้ปตท ก็มีเอกชนถือหุ้นในสัดส่วนที่สูง กำไรจากการขายก๊าซให้ปตท กว่าสี่หมื่นล้าน   เพราะซื้อมาถูกแต่อ้างต้นทุน (เทียม ) แพง   ทั้งยังขายให้มาเลเซียเพียง

5 สตางค์ต่อกก.

                   จึงใคร่ขอให้ท่านโปรดพิจารณาแก้ไขมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ วันที่30 กย 2554      ให้บริษัท ปิโตรเคมีใช้ก๊าซ LPG เท่ากับราคานำเข้า  เพราะใช้เพื่อการค้าและส่งออก   รวมทั้งให้จ่ายเงินกองทุน น้ำมันเท่า อุตสาหกรรมอื่นๆ  

                 3 ค่าไฟฟ้า ทราบจากข้อมูลรายละเอียดเหตุผลในการขึ้นค่าไฟฟ้า ส่วนหนึ่งมาจ่ากราคาก๊าซที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะ รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพลังงานไม่ควบคุมการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนที่เจ้าหน้าที่รัฐ ไปเป็นกรรมการในบริษัทเอกชนที่ขายไฟฟ้าให้กฟผ.  ซึ่งเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน   รวมทั้งการชดเชยพลังงาน ไฟฟ้า จากพลังงานทดเเทน ที่ไม่โปร่งใส   และการกำหนดค่าไฟฟ้า ที่เอกชนรายใหญ่ใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก  ควรให้ผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เอง     และควรสร้างเขื่อน ในพื้นที่ที่เหมาะสม  คุ้มค่ากับการสร้างเขื่อน  เพื่อจะช่วยทั้ง ลดภาวะน้ำท่วมน้ำแล้ง  และผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนประชาชนในพื้นที่ที่จะสร้างเขื่อน ให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น พร้อมมอบที่ทำกิน และชดเชยให้เพียงพอ    

              จึงขอกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ดำเนินการ  ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความ เป็นธรรมแก่ประชาชน    ที่จะไม่ถูกขูดรีดจากเจ้าหน้าที่รัฐ  โดยที่นายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลย   ขอขอบพระคุณอย่างสูงยิ่ง

               ขอแสดงความนับถือ

                

               พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี  

                โทร 089-4418226,086-3671004     แฟกซ์ 02-7637722 

วันที่โพสต์ 08/12/2012