เว็ปเพื่อนบ้าน

ปฏิรูปพลังงาน


พลังงานงานไทย ใครได้ประโยชน์


จากบทความ พลังงานไทย เพื่อใคร ของ อิฐบูรณ์ อ้นวงษา - มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เล่าว่าที่ผ่านมามีหนังสือพิมพ์ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง Oil Story ซึ่งไม่ได้มีการแจ้งชื่อของผู้เขียน ปรากฏเพียงตราสัญลักษณ์และคำขวัญประจำองค์กร ที่พอทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อยู่ท้ายบทความดังกล่าว เห็นว่าบทความดังกล่าวเป็นบทความเชิงโฆษณาเพื่อสร้างความชอบธรรมขององค์กร มากกว่าจะเป็นบทความที่นำเสนอข้อมูลที่อยู่ภายใต้พื้นฐานข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนรอบด้าน ดังนั้น จึงใคร่ขอนำเสนอบทความเรื่อง “พลังงานไทยเพื่อใคร” ที่ชี้ให้เห็นถึงข้อมูลอีกด้านหนึ่งของปัญหาการไร้ธรรมาภิบาลในกิจการพลังงานไทยและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยบทความชิ้นนี้เรียบเรียงโดยใช้ฐานข้อมูลจากรายงานเรื่อง ธรรมาภิบาลในระบบพลังงานของประเทศ ของคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ซึ่งมีคุณรสนา โตสิตระกูล วุฒิสมาชิกกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน

พลังงานไทย เพื่อใคร

จริงหรือไม่ คนไทยต้องจ่ายค่าน้ำมันแพง เพียงเพราะเป็นประเทศนำเข้าพลังงาน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับกิจการด้านพลังงานทั้งรัฐและเอกชนมักจะอ้างอยู่เสมอว่า เหตุผลที่ต้องให้ราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นในประเทศเป็นราคานำเข้า โดยอิงราคาตลาดสิงคโปร์ทั้งหมดร้อยเปอร์เซนต์เต็ม เพราะโรงกลั่นในประเทศต้องมีค่าใช้จ่ายการนำเข้าน้ำมันดิบส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกกลาง คำชี้แจงเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่ในสถานการณ์ปัจจุบัน
พลังงานไทย ใครได้ประโยชน์

เหตุผลข้างต้นอาจใช้อ้างได้กับสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยได้แค่ช่วงก่อนปี 2524 หรือเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้วเท่านั้น ที่ปริมาณการใช้พลังงานขั้นต้นของประเทศไทยขึ้นอยู่กับน้ำมันเชื้อเพลิงนำเข้าประมาณ 90% แต่จากผลการสำรวจพบปิโตรเลียมทั้งบนบกและในทะเลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบขนาดใหญ่หลายแหล่ง และยังมีการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนปัจจุบันที่ยังมีการสำรวจปิโตเลียมจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานนั้นได้พบว่า ประเทศไทยมีการผลิตน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติเหลว และก๊าซธรรมชาติ เพิ่มขึ้นโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง คือในปี 2547-2551 ประเทศไทยผลิตพลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นได้ 676, 743, 765, 794 และ 850 เรียงตามลำดับ เทียบเท่าพันบาร์เรลน้ำมันดิบต่อวัน ทำให้สามารถลดสัดส่วนการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง และจากในปี 2547 ที่ต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศร้อยละ 68 ของปริมาณการใช้พลังงานในประเทศทั้งหมด เหลือนำเข้าเพียงร้อยละ 58 ในปี 2551 เท่านั้น

ซึ่งเท่ากับว่า ใน ปัจจุบันประเทศไทยสามารถพึ่งพาพลังงานของตนเองได้เกือบครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ในประเทศทั้งหมดเลยทีเดียว และปริมาณการผลิตพลังงานของไทยระดับนี้ เท่ากับ 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตของประเทศกาตาร์ สมาชิกกลุ่มโอเปกเลยทีเดียว ดังนั้นข้ออ้างที่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่เป็นความจริง และการกำหนดให้ราคาน้ำมันเป็นราคานำเข้าไปทั้งหมด ทั้งๆ ที่มีวัตถุดิบที่ใช้ในการกลั่นอยู่ในประเทศ 40 – 50% จึงเป็นราคาที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภคอีกต่อไป

พลังงานไทย พลังงานใคร

ราคาน้ำมันโรงกลั่น ความเสมอภาคจอมปลอม

ราคาที่โรงกลั่นขายให้ผู้ค้าน้ำมัน หรือ ราคา ณ โรงกลั่น ก่อนจะส่งผ่านภาระมาถึงผู้บริโภคในท้ายที่สุดนั้น ปตท. ได้เคยให้ข้อมูลผ่านทางหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 8 มีนาคม 2552 ว่าเป็นไปตามโครงสร้างเดิมที่รัฐเป็นผู้กำหนดตั้งแต่ปี 2522 ที่ใช้หลักการราคาเสมอภาค กับการนำเข้าโดยอิงราคาตลาดสิงคโปร์ โดยให้เหตุผลว่าที่ต้องเป็นราคาเสมอภาคกับการนำเข้า เพราะโรงกลั่นในประเทศต้องมีค่าใช้จ่ายในการนำเข้าน้ำมันดิบซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกกลางนั้น เป็นการกำหนดโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคและประเทศเป็นอย่างมาก

ประการแรก การผลิตพลังงานของไทยไม่ได้พึ่งพิงการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบบางส่วนเป็นวัตถุดิบในประเทศ ดังที่กล่าวไว้แล้วในหัวข้อก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตที่แท้จริงควรถูกกว่าราคา ณ ระดับของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมด

ที่มา : http://link.newfundstoday.com/พลังงานไทย ใครได้ประโยชน์

วันที่โพสต์ 18/10/2012