เว็ปเพื่อนบ้าน

ปฏิรูปพลังงาน


ยื่นหนังสือต่อสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน


วันที่๑๑  เมษายน  พ.ศ.๒๕๖๐

เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติขัดกฎหมาย

         และตรวจสอบร่างกฎหมาย ที่ขัดรัฐธรรมนูญ

กราบเรียน    ผู้ตรวจการแผ่นดิน

ผู้ถูกร้องเรียน  คณะรัฐมนตรี   และนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

                        รมต กระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพลังงาน อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

ข้าพเจ้าเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศใคร่ขอร้องเรียนเรื่องคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อประมวลจริยธรรม  และขัดกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ และให้ตรวจสอบเนื้อหาในกฎหมายว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ดังต่อไปนี้

 ๑ ผู้ถูกร้องเรียนร่วมกันเสนอกฎหมายปิโตรเลี่ยมและกฎหมายภาษีปิโตรเลี่ยมให้รัฐเสียหายมากขึ้นเอื้อประโยชน์เอกชนไม่แก้ไขอุดช่องว่างกฎหมายปิโตรเลี่ยม พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้แก่

               ๑.๑พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ จากเดิมในมาตรา ๖๕ ให้เอกชนจ่ายภาษีเงินได้จากกำไรปิโตรเลียมในอัตรา๓๕-๔๘ % แต่ร่างใหม่ให้จ่ายภาษีเงินได้จากปิโตรเลียมเพียง๒๐ %  (มาตรา๖๕ จตุวีสติ) ตามอเกสารแนบ ๑เป็นการปฎิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานปลัดกระทรวงพลังงานอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจำนวน๒๒๗ คนที่โหวตให้ร่างพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๖๐

๑.๒ ร่างพระบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๕๓ / ๑๑ ข้อ ๕ระยะเวลาของสัญญาจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียมต้องไม่เกิน ๓๐ปีจากเดิมเพียง ๑๐ ปี

๑.๓ มาตรา๕๓/๓ (๒) ก.สัญญาแบ่งปันผลผลิตต้องมีเงื่อนไขคือให้ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตหักค่าใช้จ่ายสำหรับการประกอบกิจการปิโตรเลียมในแต่ละปีได้เฉพาะรายจ่ายเท่าที่จ่ายจริงโดยเป็นไปตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีตามมาตรา๕๓/๔ ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ๕๐ของผลผลิตรวมของปิโตรเลียม

ข้อ ข. ค่าใช้จ่ายสำหรับการประกอบกิจการปิโตรเลียมหากเกินร้อยละ๕๐ของผลผลิตรวมของปิโตรเลียมในปีใดให้สามารถนำส่วนเกินไปใช้หากในปีต่อๆไปได้แต่ต้องไม่เกินตามอัตรา ก.และไม่เกินจำนวนอายุของสัญญาถ้าเป็น ๓๐ปีค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ก็คงจะหักไปเรื่อยเรื่อยเกิน ๑๐๐ %

ข้อ ค. ให้ส่วนที่เหลือของผลผลิตปิโตรเลียมรวมทั้งหักค่าภาคหลวงแล้วแบ่งให้แก่ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตไม่เกินร้อยละ๕๐

และมาตรา๕๓/๖ ให้ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตเป็นผู้ส่งค่าภาคหลวงให้แก่รัฐโดยหักจากผลผลิตรวมของปิโตรเลียมในอัตราร้อยละ ๑๐  จากพรบ.ปิโตรเลี่ยมเดิมค่าภาคหลวงอยู่ที่๕-๑๕% (มาตรา ๘๔ ) 

ตกลงรัฐได้ ๓๐% เอกชนได้ ๗๐% ของปริมาณผลผลิตทั้งหมดยังไม่รวมการรั่วไหลการสูญเสียความมั่นคงของชาติจากการไม่จำกัดพื้นที่สัมปทานและการจัดสรรประโยชน์จากทรัพยากรให้ประชาชน

ขอกราบเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่าภาษีเงินได้ที่เจ้าหน้าที่รัฐข้างต้นได้ให้เอกชนจ่ายน้อยกว่าอัตราเดิมเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการและนักการเมืองรวมทั้งการผ่านพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.๒๕๖๐ ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐ โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เคยรับทราบรายงานปัญหาการใช้พระราชบัญญัติปิโตรเลียมและพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งจัดทำโดยคณะอนุกรรมการศึกษาด้านพลังงานสนช. รายละเอียดตามเอกสารแนบ ๒ แต่กลับปรากฏว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติคณะรัฐมนตรีรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานรวมถึงปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้เสนอกฎหมายทั้งสองฉบับผ่านรัฐมนตรีและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยมิได้นำเอาข้อมูลปัญหาการใช้กฎหมายปิโตรเลียมทั้งสองฉบับมาแก้ไขอีกทั้งยังมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนมากขึ้น

  ๒    ในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.๒๕๑๔  ซึ่งมีมาตราที่สำคัญสำคัญที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างยิ่งที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเมืองและต้องแก้ไขก่อนให้สัมปทานครั้งต่อไป คือ

๒.๑ มาตรา ๑๓สิทธิในการรับสัมปทานไม่อยู่ในการบังคับคดี

๒.๒ มาตรา๑๖ คณะกรรมการปิโตรเลียมมีอำนาจกำหนดราคาแก๊สปากหลุมที่ทำให้แก๊สปากหลุมของไทยแพงกว่าตลาดโลกสองถึงสามเท่าสร้างภาระความเดือดร้อนแก่ประชาชนในเรื่องของค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเนื่องจากแก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าแต่ผลประโยชน์กลับไปตกที่บริษัทสัมปทานกำไรมากมายหลายเท่าตัวขัดต่อกติกาสากลระหว่างประเทศ

๒.๓ มาตรา๒๘ การไม่จำกัดจำนวนพื้นที่สัมปทานทำให้บริษัทเอกชนมีอิทธิพลเหนือรัฐเช่นบริษัท เชฟรอน เคยถูก เจ้าหน้าที่รัฐออกมาขู่ประชาชนว่าถ้าไม่ต่อสัมปทานแก๊สจะแพงขึ้นค่าไฟจะแพงขึ้น

๒.๔ มาตรา ๗๖การรายงานปริมาณปิโตรเลียมให้เอกชนเป็นผู้รายงานเป็นรายเดือน

๒.๕ มาตรา ๘๔ ค่าภาคหลวงเดิมให้คิดอยู่ที่ ๕-๑๕% ร่างใหม่เหลือ ๑๐%

จะเห็นว่าในการจัดสรรผลประโยชน์จากปิโตรเลียมประเทศไทยได้น้อยกว่าเอกชนและไม่ได้จัดสรรประโยชน์ให้ประชาชนอย่างเป็นธรรมซึ่งขัดกับกติกาสากลระหว่างประเทศที่บัญญัติไว้ว่าทรัพยากรของประเทศใดจะต้องสร้างความมั่งคั่งในคนในชาตินั้นและขัดรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๘๒ ประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐มาตรา๕ วรรคสองที่ไทยจะต้องทำปฏิบัติตามกติกาสากลระหว่างประเทศรวมทั้งความไม่โปร่งใสในการจัดสรรสัมปทานและการรายงานการขุดเจาะปิโตรเลียมซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๗๖(๔,๕)ประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา๕ วรรคสองหรือไม่รวมทั้งการสูญเสียความมั่นคงของชาติในการไม่จำกัดพื้นที่สัมปทาน

๓. ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องทั้งหมดขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญามาตรา๑๕๗ รวมทั้งประมวลจริยธรรมของข้าราชการและนักการเมืองหรือไม่

                ๔.ขอให้ส่งร่างพระราชบัญญัติ ปิโตรเลี่ยมและภาษีเงินได้ปิโตรเลี่ยมมาตราที่อ้างถึงทั้งในร่างใหม่และเก่าไปให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าบทบัญญัติใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งไปยังรัฐบาลว่ารัฐบาลกำลังปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบซึ่งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา๒๗๙ บัญญัติไว้ว่าการปฎิบัติหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติรวมทั้งผู้เกี่ยวข้องที่ชอบได้แล้วตามรัฐธรรนูญและกฎหมายจะไม่มีความผิดแต่การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐแต่ที่อ้างถึงทั้งหมดเป็นการปฎิบัติหน้าที่ที่ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญารวมทั้งยังขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง   พ.ศ. ๒๕๕๑ข้อ ๖  ข้าราชการการเมือง มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย รักษาประโยชน์ส่วนรวมยึด หลักธรรมาภิบาล โดยจะต้องยึดมั่นในค่านิยมหลัก  คือต้องยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม  มีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบ ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติ เหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย และ (๘) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ และข้อ ๑๔ข้าราชการการเมือง ต้องไม่ใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมือง  เช่นนายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรี  ไปแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่นไม่ว่า จะเป็นประโยชน์ในทางทรัพย์สิน หรือไม่ก็ตามและข้อ๒๕ ข้าราชการการเมืองต้องไม่ใช้หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือ เพื่อผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นดังนั้น นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ตามข้อ ๓๐  กำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติตนของรัฐมนตรี  และข้าราชการการเมืองอื่น   ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นไปตาม ระเบียบนี้ ในกรณีที่พบว่ามีการประพฤติปฏิบัติตน ที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบนี้ ให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการ ลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำและถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

๕ ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบว่ารัฐธรรมนูญมาตรา๑๗๘ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา ๑,๓,๕,๖และริดรอนพระราชาอำนาจหรือไม่เนื่องจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา๑๗๘ ที่บัญญัติไว้ว่าสัญญาเกี่ยวกับอาณาเขตประเทศไทยสัญญาสัมปทานหากรัฐสภาพิจารณาไม่เสร็จภายใน ๖๐วันให้ถือว่ารัฐสภาเห็นชอบประกอบมาตรา๑๔๖  กฎหมายใดที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบและไม่ได้ลงพระปรมาภิไทยภายใน ๓๐วันให้นายกฯนำพระราชบัญญัตินั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายได้เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วซึ่งหมายถึงว่าอำนาจอธิปไตยของคนไทยและพระราชอำนาจถูกริดรอนและพระมหากษัตริย์ ถูกละเมิดตามมาตรา ๖หรือไม่

รวมทั้งในรัฐธรรมนูญมาตรา๑๗๘ที่จะทำให้รัฐสูญเสียอาณาเขตหรือเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือพื้นที่นอกอาณาเขตไทยซึ่งไทยมีสิทธิ์อธิปไตยภายใน๖๐วันซึ่งมิสามารถที่จะคัดค้านหรือยับยั้งได้ซึ่งจะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา๑ ที่บัญญัติไว้ว่าเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวจะแบ่งแยกมิได้  และมาตรา๓อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภาคณะรัฐมนตรีและศาลตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและมาตรา๕วรรคสองเมื่อไม่มีบทบัญญัติใดแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใดให้การกระทำนั้นหรือวินิจฉัยนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งจะเห็นว่าสัญญาสัมปทานสัญญาเกี่ยวกับเขตประเทศไทยภายใน๖๐วันถ้ารัฐสภาพิจารณาไม่เสร็จหมายถึงว่าเห็นชอบ

และผู้ถูกร้องเรียนปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๙   ๑๒๘   ๑๒๙   ๑๕๒   ๑๕๗  หรือไม่

ดังนั้น ข้าพเจ้าและประชาชนผู้มีรายชื่อท้ายหนังสือนี้ จึงใคร่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินโปรดดำเนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน  และแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีเรื่องการกระทำที่ขัดต่อประมวลจริธรรมของนักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อมิให้เกิดการประพฤติผิดหลักประมวลจริยธรรมนักการเมือง และรวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ ที่เอื้อประโยชน์เอกชนมากกว่าผลประโยชน์รัฐ ตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗  และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

จึงเรียนกับมาเพื่อโปรดดำเนินการผลการดำเนินการเป็นประการใด หรือต้องการข้อมูลอื่นใดเพิ่มเติม โปรดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร  ภายในเวลาอันสมควรส่วนหนังสือร้องเรียนเรื่องอื่นๆที่ยื่นไว้แล้วหากใกล้เคียงกันขอให้รวมเป็นเรื่องเดียวกันขอขอบพระคุณอย่างสูง

 

ขอแสดงความนับถือ

 

นางนงนุช รัชนนท์เดชา   นางบุษยมาส รักสยาม    นางสุวณี จันทร์เพ็ญกุลน.ส.พรทิพย์ เนียมเกตุ   

นางวรวรรณ คำนวน      น.ส.เกศสุดา มหัทธนทวีนางนพภา เลิศปรีชานางนันทพร มิมะพันธุ์    

นางอมรรัตน์ ปลูกสร้างนายสุจินต์ ถวัลย์อรรณพ  นาย ชูชัย ทิพยมงคลอุดม ศจ.แทนคุณ  กิตติคุณเอกวัฒน์

พท. พญ. กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี      ผู้ประสานงาน  โทร ๐๘๖๓๖๗๑๐๐๔  email :thai9lee@gmail.com

วันที่โพสต์ 12/04/2017