เว็ปเพื่อนบ้าน

ปฏิรูปพลังงาน


ราคาค่าไฟฟ้าจากเอกชน


1
ประเด็นที่สนใจคือ การขึ้นค่า Ft ในช่วง กันยายน ถึง ธันวาคม 2555 โดยไม่สมเหตุสมผล
เอกสารประกอบการเบิกความ
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสาท มีแต้ม
กรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน
1. มูลค่าของค่า Ft
ในปี 2555 คนไทยทั้งประเทศใช้ไฟฟ้ารวม 169,375.89 ล้านหน่วย (ที่มา รายงานประจาปี 2555 ของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตามภาพประกอบที่ 1) ดังนั้น หากมีการเก็บค่า Ft เข้าไปในบิลค่าไฟฟ้า ทุก ๆ 1 สตางค์ต่อหน่วยไฟฟ้า จะทาให้ค่า Ft จะมีมูลค่าตลอดทั้งปีเท่ากับ 1,694 ล้านบาท
หรือกล่าวเพื่อให้เกิดความเข้าใจในภาพรวมของปัญหาอย่างง่ายๆว่า หากมีการเก็บค่า Ft สูงเกินกว่าความเป็นจริงไปจานวน 10 สตางค์ต่อหน่วย ก็จะมีมูลค่าคิดเป็นเงินทั้งประเทศรวมกันประมาณ 16,940 ล้านบาท ซึ่งเป็นจานวนเงินที่ไม่น้อยเลย
ภาพที่ 1 แสดงจานวนไฟฟ้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จาหน่าย ใน ปี 2555
2
2. การใช้เชื้อเพลิง จากรายงานประจาปีที่อ้างแล้วในข้อ 1 พบว่า พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศไทยทั้งหมด
ผลิตจากก๊าซธรรมชาติมากที่สุด คือร้อยละ 67.56 รองลงมาคือถ่านหิน (ซึ่งหมายถึงลิกไนต์และถ่านหิน)
แต่รายงานของ กฟผ. ได้ใช้คารวมๆ คือถ่านหินเพียงอย่างเดียวคิดเป็นร้อยละ 18.78
เพื่อความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ได้ใช้ข้อมูลของสานักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวง
พลังงาน (http://www.eppo.go.th/info/5electricity_stat.htm) เพราะข้อมูลดังกล่าวได้จาแนกคาว่า
“ถ่านหิน” ออกเป็นถ่านหินและลิกไนต์ (Coal& Lignite) โดยมีส่วนร่วมในการผลิตในปี 2555 (2012) เป็น
ลิกไนต์ และ ถ่านหิน ร้อยละ 10.5 และ 8.8 ตามลาดับ
ภาพที่ 2 แสดงร้อยละของประเภทเชือ้ เพลิงที่ กฟผ. ใช้ผลิตไฟฟ้ า ในปี 2555
Hydro
Lignite Coal Total Fuel Oil Diesel Total Electricity
2011 108,261 18,836 12,876 31,712 1,316 36 1,352 7,935 10,774 4,056 164,090
2012 119,368 18,802 15,781 34,583 1,330 63 1,393 8,431 10,527 5,181 179,484
2013 119,218 19,098 16,254 35,352 1,267 179 1,446 5,412 12,572 7,206 181,205
2014 120,314 19,371 18,201 37,572 1,606 63 1,669 5,164 12,260 9,046 186,024
2015 128,525 16,932 17,650 34,582 797 126 923 3,761 14,414 9,985 192,189
% ปี 2012 66.5 10.5 8.8 19.3 0.7 0.0 0.8 4.7 5.9 2.9 100.0
TABLE 5.2-4Y
Date
Power Generation by Fuel (Detail)
Coal & Lignite Oil
Imported Total
Renewabl
e Energy
Natural Gas
ภาพที่ 3 แสดงร้อยละของเชือ้ เพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้ า ในปี 2012 (2555) ที่มา
http://www2.eppo.go.th/info/5electricity_stat.htm
ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน นาเข้า พลังงานหมุนเวียน
3
โดยสรุป เมื่อรวมเชื้อเพลิงหลัก 3 ชนิด คือก๊าซธรรมชาติ (66.5%) ลิกไนต์ (10.5%) และถ่านหิน (8.8%) พบว่ามีส่วนร่วมเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าถึง 85.8% ที่เหลือเป็นการนาเข้า 5.9% พลังน้า 4.7% และ พลังงานหมุนเวียน 2.9%
ดังนั้น ราคาไฟฟ้าที่ผันแปรไปจากระดับอ้างอิง จึงควรจะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนของราคาเชื้อเพลิง 3 ชนิดนี้เป็นหลัก หากปัจจัยอื่นๆ ไม่เปลี่ยนแปลง หรือเปลี่ยนแปลงน้อย
3.องค์ประกอบของค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Fuel Adjustment, Ft)
ค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือค่าไฟฟ้าผันแปร หรือที่เรียกกันสั้นๆว่าค่า Ft เป็นค่าไฟฟ้าที่ปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นหรือลดลง ตามการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของการไฟฟ้า
จากเอกสารของคณะกรรมการกากับกิจการพลังงาน พบว่าในช่วงเดือนมกราคม ถึง เมษายน 2558 ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติประกอบด้วย 3 ส่วน คือ (1) ค่าเชื้อเพลิงของ กฟผ. ที่เปลี่ยนไปจากฐาน (Fuel Cost) (2) ค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชนที่เปลี่ยนไปจากฐาน และ (3) ค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐ โดยมีสัดส่วนของ 3 องค์ประกอบดังกล่าว เป็น 27.81%, 67.21% และ 4.98% ตามลาดับ
4
ภาพที่ 4 แสดงองค์ประกอบของค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือค่า Ft
5
4. การเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ในปี 2555
จากรายงานประจาปี 2555 ของ กฟผ. พบว่า ค่า Ft ในช่วง กันยายน-ธันวาคม 2555 ได้เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อน (มิถุนายน-สิงหาคม 2555 ที่ 30 สตางค์ต่อหน่วย) เป็น 48 สตางค์ต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 18 สตางค์ต่อหน่วย
5 การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิง
ตามที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อที่ 2 ว่า เชื้อเพลิงหลักที่มีส่วนในการผลิตไฟฟ้าถึงประมาณ 85% คือ ก๊าซธรรมชาติ ลิกไนต์ และถ่านหิน เราจึงมาพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงดังกล่าวในช่วงปี 2555
5.1 ราคาก๊าซธรรมชาติ
กราฟในรูปที่ 6 แสดงราคาก๊าซธรรมชาติที่ปากหลุม(ซึ่งผลิตในประเทศไทย) และราคาก๊าซธรรมชาติที่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตรับซื้อที่โรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นก๊าซที่ผลิตจากทรัพยากรของประเทศไทยและนาเข้าจากประเทศเมียนมาร์ด้วย
หมายเหตุ: ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาพที่ 5 แสดงค่า Ft ในปี 2555
6
จากกราฟเราจะเห็นว่า ราคาก๊าซธรรมชาติที่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตรับซื้อไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 292 บาทต่อล้านบีทียู และอัตราการเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาศสุดท้าย (ก.ย. ถึง ธ.ค.) เพียงร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาศก่อน คือเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ย 297 บาทต่อล้านบีทียูเป็นเฉลี่ย 299 บาทต่อล้านบีทียู หรือเพิ่มขึ้นเพียง 2 บาทต่อล้านบีทียูเท่านั้น
ข้อมูลที่จะต้องค้นหาต่อไปก็คือ ก๊าซธรรมชาติจานวน 1 ล้านบีทียูจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้กี่หน่วย และมีผลทาให้ค่าไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไปเท่าใด หรือมีผลต่อค่าไฟฟ้าอัตโนมัติเท่าใด
รูปที่ 7 แสดงข้อมูลและการคานวณว่า ก๊าซฯ 1 ล้านบีทียูสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 117 หน่วย
รูปที่ 6 แสดงราคาก๊าซธรรมชาติที่ปากหลุมและราคาก๊าซธรรมชาติที่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตรับซื้อที่โรงไฟฟ้า
7
จากข้อมูลในรูปที่ 7 ทาให้เราทราบว่า จานวนก๊าซฯ 1 ล้านบีทียูสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 117 หน่วย(kwh) ดังนั้น หากราคาก๊าซฯ เพิ่มขึ้น 2 บาทต่อ 1 ล้านบีทียู และหากผลิตด้วยก๊าซฯ 100% จะมีผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 1.7 สตางค์ต่อ 1 หน่วยไฟฟ้าเท่านั้น
แต่ในความเป็นจริง มีการใช้ก๊าซฯประมาณ 66% ดังนั้นจะมีผลทาให้ราคาค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเท่ากับ 1.7 คูณด้วย 0.66 = 1.1 สตางค์ต่อหน่วย เท่านั้น
5.2 ราคาลิกไนต์
เนื่องจากลิกไนต์มีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า 10.5% แต่จากข้อมูลของ กฟผ.พบว่า ราคาลิกไนต์คงที่ตลอดทั้งปี ดังนั้นจึงไม่มีผลต่อค่า Ft
รูปที่ 8
ราคาเชื้อเพลิงที่ กฟผ.ใช้ในการผลิตไฟฟ้าในปี 2555ก๊าซของ กฟผ.ปริมาณก๊าซของ กฟผ.มูลค่าก๊าซลิกไนต์ของ กฟผ.ถ่านหินน้ามันดีเซลน้ามันเตา(บาทต่อล้านบีทียู)(ล้านบีทียู)(ล้านบาท)(บาทต่อตัน)(บาท/ลิตร)(บาท/ลิตร)(a)ม.ค.-เม.ย.55280.84135,363,69839,994.77569.7ไม่ได้รายงาน21.824.7(b)พ.ค.-ส.ค.55296.08136,045,82640,279.79 569.7ไม่ได้รายงาน26.521.7(c)ก.ย.-ธ.ค.55298.98137,473,36541,102.01569.7ไม่ได้รายงาน26.323.3(a)http://www3.egat.co.th/ft/Web/Fuel%20may56_aug56.htm(b)http://www3.egat.co.th/ft/Web/Fuel%20sep55_dec55.htm( c)http://www3.egat.co.th/ft/Web/Fuel%20jan56_apr56.htm
8
5.3 ราคาถ่านหินนาเข้า
เนื่องจาก ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไม่ได้รายงาน แต่จากเอกสารของบริษัทผลิตไฟฟ้า จากัด (มหาชน) ซึ่งถือหุ้นในโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ได้รายงานว่าได้นาเข้าถ่านหินคุณภาพดีจากประเทศออสเตรเลีย ดังแผ่นภาพประกอบ (รูปที่ 9)
จากการตรวจสอบราคาถ่านหินที่ท่าเรือแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย (ราคา FOB) พบว่า แม้ราคาจะแกว่งขึ้นลงเล็กน้อย แต่ค่าเฉลี่ยในแต่ละไตรมาศได้ลดลงตลอด
เมื่อคิดรวมทั้งปีแล้วราคาถ่านหินได้ลดลงถึง 22.0%
9
รูปที่ 10
อนึ่ง ถ่านหินนาเข้ามีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าในปี 2555 ถึง 8.8%
นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่า ในขณะที่ราคาถ่านหิน (ราคาส่งออกที่ท่าเรือออสเตรเลีย) ในช่วง พ.ค.-ส.ค.2015 มีราคาเฉลี่ย 2,174 บาทต่อตัน แต่ราคาที่ทางคณะกรรมการกากับกิจการพลังงานได้ชี้แจง พบว่ามีราคาประมาณ 3,386 บาทต่อตัน
รูปที่ 11
คาถามที่อยากทราบก็คือ ในการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย(kwh) จะต้องใช้ถ่านหินจานวนเท่าใด
จากข้อมูลในรูปที่ 7 พบว่า ลิกไนต์ 1 ตันสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1,002 หน่วย (=16,817.4/16.78)
จากข้อมูลของ U.S. Energy Information Administration U.S. Energy Information Administration U.S. Energy Information Administration U.S. Energy Information Administration U.S. Energy Information AdministrationU.S. Energy Information Administration U.S. Energy Information Administration U.S. Energy Information AdministrationU.S. Energy Information Administration U.S. Energy Information Administration U.S. Energy Information Administration U.S. Energy Information Administration ไฟฟ้า 1 หน่วย ถ้าผลิตด้วยถ่านหินอย่างเดียวจะต้องใช้ถ่านหินจานวน 0.47 กิโลกรัม หรือ 0.00047 ตัน
10
รูปที่ 12
จากการลดลงของราคาถ่านหินจาก 3,057.56 บาทต่อตัน ในช่วง พ.ค.- ส.ค. เหลือ 2,879.96 บาทต่อตัน ในช่วง ก.ย.-ธ.ค.(ข้อมูลในรูปที่) หรือลดลง 177.60 บาท สมมุติว่ามีการผลิตด้วยถ่านหิน 100% จะมีผลทาให้ค่าไฟฟ้าลดลง = 0.00047x(177.60) = 0.083 บาท = 8.3 สตางค์
แต่ในความเป็นจริง ถ่านหินมีส่วนร่วมเพียง 8.8% (ข้อมูลจากรูปที่ 3) ดังนั้น เมื่อราคาถ่านหินลดลง 177.60 บาทต่อตัน จึงทาให้ค่าไฟฟ้า 1 หน่วย ลดลง = 8.3x0.083 = 0.7 สตางค์
จากที่ได้กล่าวมาแล้ว พอสรุปว่า ในช่วง ก.ย.-ธ.ค. 2555 จากปัจจัยราคาก๊าซธรรมชาติ ลิกไนต์ และถ่านหินซึ่งมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยถึง 85% จะมีผลทาให้ค่าไฟฟ้าต่อหน่วย
จากก๊าซธรรมชาติ เพิ่มขึ้น 1.1 สตางค์
จากถ่านหิน ลดลง 0.7 สตางค์
สรุป ราคาไฟฟ้า 1 หน่วยควรจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.4 สตางค์ เท่านั้น ไม่ใช่เพิ่มขึ้น 18 สตางค์
11
6. การคิดค่าไฟฟ้าอัตโนมัติทั้งระบบจาก 3 องค์ประกอบ
คือ (1) ค่าเชื้อเพลิงของ กฟผ.
(2) ค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชน
(3) ค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนคือ กองทุนรอบโรงไฟฟ้า และ ค่าใช้จ่ายจาก Adder ที่เกิดจากการใช้พลังงานหมุนเวียน
ตารางข้างล่างนี้เป็นการแสดงการคานวณเพื่อหาค่าใช้จ่ายที่เกิดจาก 3 องค์ประกอบของค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) ในแต่ละช่วงของปี 2555 รวม 3 ช่วง โดยใช้ข้อมูลดิบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ในแต่ละช่วงจะใช้ข้อมูล 2 ชิ้น คือ
หนึ่ง (ก) ค่าเชื้อเพลิงของ กฟผ. (ข) ค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชน และ (ค) ค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐบาล (คือ ค่าของทุนรอบโรงไฟฟ้า และ ค่า Adder) ใช้มูล ประมาณการค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า สาหรับใช้คานวณ AFCtG (http://www3.egat.co.th/ft/Web/Total%20sep55_dec55.htm)
สอง จานวนหน่วยไฟฟ้าที่จาหน่าย กฟผ. ใช้ข้อมูลจาก ประมาณการค่า FACtG ซึ่งสามารถค้นได้จาก (http://www3.egat.co.th/ft/Web/TAB1.3%20sep55_dec55.htm) (รายละเอียดตามแผ่นภาพ)
พิจารณาจากรูปที่ 13
12
รูปที่ 13
พิจารณาในช่วง มกราคม-เมษายน 2555
จากนั้นคานวณหา “ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหน่วยไฟฟ้า” ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2555 ซึ่งเท่ากับ 2.276 บาทต่อหน่วย (แถว (a), คอลัมน์ขวามือสุด)
ค่า “2.276 บาทต่อหน่วย” นี้ไม่ใช่ “ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ” และไม่ใช่ “ค่าเชื้อเพลิงฐาน” แต่เป็นค่าอ้างอิง สาหรับ “ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ” ซึ่งทางคณะกรรมการกากับกิจการพลังงานได้กาหนดให้เท่ากับศูนย์ (หรือ “0.00 บาทต่อหน่วย”)
ดังนั้น ตามความหมายของ “ค่า Ft” ก็คือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของ 3 องค์ประกอบที่ผันแปรไปจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 2.276 บาทต่อหน่วย
พิจารณาในช่วง พฤษภาคม-สิงหาคม 2555
จากการคานวณในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2555 พบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหน่วยไฟฟ้า เท่ากับ 2.483 บาทต่อหน่วย ดังนั้น ค่า Ft ในช่วง พ.ค.-ส.ค. 2555 ที่แปรไปจากช่วงก่อน (คือ 2.276 บาทต่อหน่วย) จึงเท่ากับ 0.21 บาทต่อหน่วยไฟฟ้า
แต่ได้เรียกเก็บในเดือนพฤษภาคม 2555 เท่ากับ 0.00 บาท (ทั้งๆที่ควรจะเรียกเก็บ 0.21 บาทต่อหน่วย) และได้ประกาศเรียกเก็บในกลางช่วง คือ มิ.ย.-ส.ค. 2555 ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ตาม หากต้องการจะเก็บเงินเพื่อชดเชย (กับการที่ไม่ได้เรียกเก็บเลยในเดือนพฤษภาคม) ก็ควรจะเก็บในอัตรา 0.28 บาทต่อหน่วย [วิธีคิด 0.21คูณ 4 = 0.00 คูณ 1 + 3 คูณ y นั่นคือ y = 0.28]
แสดงค่าใช้จ่ายที่เป็นองค์ประกอบ 3 รายการของค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) ในปี 2555 ค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐ(ก)(ข)(ค)(ง)(ก) + (ข)+(ค)+(ง)(จ)(ฉ)ช่วงเวลาค่าเชื้อเพลิง กฟผ.ซื้อจากเอกชนกองทุนรอบรฟฟ. Adderรวมค่าใช้จ่ายจานวนหน่วยจาหน่ายเฉลี่ย(ล้านบาท)(ล้านบาท)(ล้านบาท)(ล้านบาท)(ล้านบาท)(ล้านหน่วย)(บาทต่อหน่วย)(a)ม.ค.-เม.ย.5543,150 79,620 368 930 124,067 54,500 2.276 (b)พ.ค.-ส.ค.5547,582 94,748 334 1,148 143,813 57,910 2.483 (c)ก.ย.-ธ.ค.5545,382 89,498 324 2,150 137,354 55,673 2.467 รวมทั้งปี 55136,115 263,866 1,026 4,228 405,235 168,083 2.411 (a)http://www3.egat.co.th/ft/Web/Total%20may55_aug55.htm ที่มาของ 43,149.76 และ...(a) ที่มาคอลัมน์ (จ)http://www3.egat.co.th/ft/Web/TAB1.2%20may55_aug55.htm ที่มาของ 54,500.01(b)http://www3.egat.co.th/ft/Web/Total%20sep55_dec55.htm ที่มาของ 47,582.45(b) ที่มาคอลัมน์ (จ)http://www3.egat.co.th/ft/Web/TAB1.3%20sep55_dec55.htm ที่มาของ 57,910.12(c)http://www3.egat.co.th/ft/Web/Total%20jan56_apr56.htm ที่มาของ 45,382.46(c) ที่มาคอลัมน์(จ)http://www3.egat.co.th/ft/Web/TAB1.3%20jan56_apr56.htm ที่มาของ 55,672.84
13
นั่นคือ มีการเก็บค่า Ft เกินไปจานวน 0.02 บาทต่อหน่วย
ในช่วงเดือน พ.ค. ถึง ส.ค. มีการจาหน่ายไฟฟ้าจานวน 57,910.12 ล้านหน่วย ดังนั้น มูลค่าที่เก็บเกินไปประมาณ 835 ล้านบาท [ คิดจาก 0.02 บาทต่อหน่วย คูณ 57,910.12 ล้านหน่วย คูณ (3/4) = 835 ล้านบาท]
พิจารณาในช่วง กันยายน- ธันวาคม 2555
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหน่วยไฟฟ้า เท่ากับ 2.467 บาทต่อหน่วย นั่นคือ ค่าผันแปรนอกจากจะไม่ได้เพิ่มขึ้นแล้ว แต่กลับลดลงจากช่วงก่อน 0.02 บาทต่อหน่วย
ดังนั้น ถ้าค่า Ft ในช่วง ม.ค.-เม.ย. 2555 เท่ากับ 0.00 บาท
ค่า Ft ในช่วง พ.ค.-ส.ค. 2555 เท่ากับ 0.21 บาท (ไม่ใช่ 0.30 บาท)
ค่า Ft ในช่วง ก.ย.-ธ.ค. 2555 เท่ากับ 0.19 บาท (ไม่ใช่ 0.48 บาท)
พิจารณามูลค่าที่ทางการไฟฟ้าเรียกเก็บเกินในช่วง ก.ย.-ธ.ค. 2555 ประมาณ
= (0.48-0.19) บาทต่อหน่วย คูณ 55,672.84 ล้านหน่วย
= 16,145 ล้านบาท
14
รูปที่ 13 (ขยาย)
15
พิจารณาราคารับซื้อไฟฟ้าจาก บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จากัด (KEGCO) ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติ
ตามที่ได้แสดงมาแล้วว่า ก๊าซฯ 1 ล้านบีทียูสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 117 หน่วยไฟฟ้า จากข้อมูลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พบว่า
ในช่วง พ.ค.-ส.ค. ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 15.23 บาทต่อล้านบีทียู ถ้าผลิตไฟฟ้าด้วยก๊าซเพียงอย่างเดียว จะมีผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 0.13 บาท
แต่ถ้าใช้ก๊าซฯประมาณ 66% ก็จะมีผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเท่ากับ 0.0924 บาท หรือ 9.2 สตางค์ (มาจาก 0.66x0.13 บาท)
แต่ทาง กฟผ. รับซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 0.54 บาท หรือ 54 สตางค์ต่อหนึ่งหน่วย
รูปที่ 14
16
พิจารณาราคารับซื้อจาก บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จากัด (BLCP) ซึ่งผลิตด้วยถ่านหินนาเข้า
ตามที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ 5.3 ว่า หากผลิตด้วยถ่านหินเพียงอย่างเดียว เมื่อราคาถ่านหินลดลง 177 บาท จะมีผลให้ค่าไฟฟ้าลดลงเท่ากับ 0.00047(177) = 8.3 สตางค์ต่อหน่วย (รูป12)
แต่ทาง การไฟฟ้ารับซื้อเพิ่มขึ้น 4.6 สตางค์
ส่งมาให้ดูก่อน
ตาลายแล้ว
วิธีคิดในตารางนี้มีความแตกต่างจากวิธีคิดในหัวข้อ 1 ถึง 5 ตรงที่ได้นาปัจจัยที่เกิดจากนโยบายของรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คือ ค่ากองทุนรอบโรงไฟฟ้า (มีส่วนร่วม 0.25%) และ ค่า Adder (มีส่วนร่วม 1.04%) รวมกันเท่ากับ 1.29% เท่านั้น
17
จากตาราง พบว่า ในช่วง ก.ย.-ธ.ค. 55 นโยบายรัฐบาลทั้ง 2 ประการ (คือกองทุนรอบโรงไฟฟ้าลดลง 10.75 ล้านบาท และค่า Adder เพิ่มขึ้น 1,001.79 ล้านบาท) ได้เพิ่มมาจากในช่วงก่อนรวมกันจานวน 991.04 ล้านบาท
ในช่วงสุดท้าย (ก.ย.-ธ.ค.) ของปี 55 ดังกล่าว มีการจาหน่ายไฟฟ้ารวม 55,672.84 ล้านหน่วย
ดังนั้น ผลจากการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย 2 ประการดังกล่าว ได้ทาให้ ค่าเอฟที เพิ่มขึ้นจานวน
= 991.04 ล้านบาท หารด้วย 55,672.84 ล้านหน่วย
= 0.018 บาทต่อหน่วย
= 1.8 สตางค์ต่อหน่วย
แต่ถ้าคิดทั้ง 4 ปัจจัยหลักพร้อมกัน
(1) ค่าเชื้อเพลิงของ กฟผ. ซึ่งมีส่วนร่วม 33.59%
(2) ค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ซึ่งมีส่วนร่วม 65.11%
(3) ค่ากองทุนรอบโรงไฟฟ้า ซึ่งมีส่วนร่วม 0.25%
และ (4) ค่าใช้จ่ายจาก Adder ที่เกิดจากการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีส่วนร่วม 1.04%
พบว่า ค่า Ft ในช่วงสุดท้ายของปี ควรจะลดลงจากช่วงที่ 2 รวม 1.6 สตางค์ต่อหน่วย
สรุป
คิดจากมุม 1-5 คือมุมของราคาเชื้อเพลิง ค่า Ft ในช่วงสุดท้ายของปี 55 ควรจะเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า เพียง 0.84 สตางค์ต่อหน่วย
คิดจาก 4 ปัจจัยหลัก (ตามหัวข้อที่ 8) ค่า Ft ในช่วงสุดท้ายของปี 55 ควรจะลดลงจากช่วงก่อนหน้า 1.6 สตางค์ต่อหน่วย
18
วันที่โพสต์ 07/12/2016