เว็ปเพื่อนบ้าน

ปฏิรูปพลังงาน


ชำแหละโครงสร้างราคาก๊าซNGV-LPGปตท.ขาดทุน-กำไร?


ชำแหละโครงสร้างราคาก๊าซNGV-LPGปตท.ขาดทุน-กำไร?
วันพุธที่25 มกราคม 2012 เวลา 09:37 น. กองบก.ฐานเศรษฐกิจข่าวหน้า1 
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=104064:ngv-lpg-&catid=94:2009-02-08-11-26-28&Itemid=417

การเคลื่อนไหวของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นฟ้องศาลปกครองกลางขอให้ระงับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีภาคขนส่งที่ระดับ 16.06 บาทต่อลิตรและก๊าซเอ็นจีวีที่ระดับ 14.50 บาทต่อกิโลกรัมในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าศาลจะยกคำร้องก็ตาม
แต่ก็สร้างข้อกังขาให้กับหลายฝ่ายว่าข้อเท็จจริงแล้วราคาที่มีการปรับขึ้นมาสมเหตุสมผลเพียงใด
             เหตุผลที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคหยิบยกมาว่าราคาที่ปรับขึ้นมาไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภคโดยเฉพาะกรณีของก๊าซเอ็นจีวีที่บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) ระบุถึงการขาดทุนสะสมกว่า 40,000 ล้านบาทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจากการตรึงราคาที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม  เพราะหากย้อนกลับไปดูผลประกอบการ 3-4 ปีที่ผ่านมาพบว่าการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติในปี 2551 มีกำไรขั้นต้นถึง 59,661 ล้านบาทปี 2552 มีกำไรขั้นต้น 47,375 ล้านบาทปี 2553 มีกำไรขั้นต้น 56,685 ล้านบาทและช่วง 9 เดือนของปี 2554 มีกำไรขั้นต้น 60,362 ล้านบาทจึงดูเหมือนเป็นเรื่องที่ขัดแย้งในตัวเอง
-ปตท.โขกราคาเท่าตัว
             อีกทั้งการออกมาระบุถึงต้นทุนเนื้อก๊าซเอ็นจีวีอยู่ที่ 8.39 บาทต่อกิโลกรัมก็สูงกว่า 2 เท่าของราคาปากหลุมเฮนรี่ฮับสหรัฐอเมริกาที่เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 4.29 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้นและหากเทียบกับราคาขายปลีกที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 14.50 บาทต่อกิโลกรัมจะสูงกว่าราคาขายปลีกเฉลี่ยของตลาดโลกในปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ราคา 7.57 บาทต่อกิโลกรัมซึ่งยังไม่รวมถึงกรณีของค่าดำเนินการไม่ว่าจะเป็นค่าบริหารจัดการและค่าขนส่งรวมทั้งสถานีบริการเอ็นจีวีถูกกำหนดอยู่ที่ 5.56 บาทต่อกิโลกรัมเป็นต้นทุนที่สูงภายใต้การบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพทำให้บมจ.ปตท.ฟันกำไรในแต่ละปีจำนวนมหาศาล
             ขณะที่ราคาแอลพีจีภาคขนส่งที่ปรับขึ้นเป็น 16.06 บาทต่อลิตรก็ถือเป็นการเอาเปรียบประชาชนเช่นกันเพราะการใช้แอลพีจีในภาคขนส่งและอุตสาหกรรมไม่ใช่ต้นเหตุก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนจนต้องนำเข้าจากต่างประเทศแต่มาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มีการใช้เพิ่มสูงขึ้นทุกปีการจะอ้างปรับราคาจึงฟังไม่ขึ้นและยังผลักให้ภาคอุตสาหกรรมรับภาระส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสูงถึง 8-11 บาทต่อกิโลกรัมแต่เก็บในส่วนของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพียง 1 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการสร้างความไม่เท่าเทียมเกิดขึ้น
-โต้ข้ออ้างราคาปากหลุม
             ในส่วนของกระทรวงพลังงานและบมจ.ปตท.พยายามที่จะชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับว่า ที่ผ่านมาโครงสร้างราคาพลังงานบิดเบือนมานานมีการตรึงราคามาอย่างต่อเนื่องแม้หลายรัฐบาลจะมีความพยายามปรับราคาขึ้นไปแต่ก็ไม่สามารถทำได้จนนำไปสู่ให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างไม่ประหยัด
             นายสุเทพเหลี่ยมศิริเจริญผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ในฐานะที่ดูแลโครงสร้างราคาพลังงานสะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนเนื้อก๊าซธรรมชาติของประเทศเป็นราคาเฉลี่ยที่มาจาก 3 แหล่ง (Pool Gas) ได้แก่จากอ่าวไทยสภาพพม่าและก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจีที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเมื่อรวมกับอัตราค่าบริการสำหรับจัดหาและค่าขนส่งทางท่อทำให้ต้นทุนก๊าซเวลานี้สูงกว่า 9 บาทต่อกิโลกรัม
             เห็นได้จากค่าเอฟทีงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2555 ที่ปรับเพิ่มขึ้นมา 6 สตางค์ต่อหน่วยก็เป็นผลมาจากราคาก๊าซเฉลี่ยที่มีการปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 292.65 บาทต่อล้านบีทียูจากงวดก่อนเดือนกันยายน-ธันวาคม 2554 อยู่ที่ 268.14 บาทต่อล้านบีทียูหรือเพิ่มขึ้นมา 24.51 บาทต่อล้านบีทียู
 
            
ดังนั้นต้นทุนเนื้อก๊าซจากแหล่งก๊าซเฮนรี่ฮับของสหรัฐอเมริกาจึงไม่สามารถนำมาอ้างหรือใช้กับประเทศไทยได้เพราะหากประเทศไทยจะต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐอเมริกาการคิดราคาก๊าซจะต้องรวมถึงต้นทุนอื่นๆที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดำเนินการตั้งแต่ต้นทุนการทำให้ก๊าซเปลี่ยนสถานะจากไอเป็นของเหลวต้นทุนการขนส่งแอลเอ็นจีทางเรือต้นทุนค่าใช้จ่ายในการนำเข้าและต้นทุนการแปลงสภาพจากของเหลวกลับมาเป็นไอเมื่อนำราคาก๊าซที่ตลาดเฮนรี่ฮับมารวมเป็นต้นทุนการดำเนินการที่เกิดขึ้น จะทำให้ต้นทุนราคาก๊าซแอลเอ็นจีที่ต้องนำเข้ามาเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก 
-เอ็นจีวีต้นทุนบาน
             ราคาก๊าซเอ็นจีวีที่ปรับขึ้นมาวันนี้ทางปตท.อ้างว่าเป็นผลการศึกษาของหน่วยงานกลางอย่าง "สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย" ที่ระบุต้นทุนของเนื้อก๊าซเวลานี้อยู่ในระดับ 9 บาทต่อกิโลกรัมเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการอยู่ที่ 5.56 บาทต่อกิโลกรัมแยกเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างสถานีแม่ 1.62 บาทต่อกิโลกรัมต้นทุนค่าขนส่ง 2.15 บาทต่อกิโลกรัมต้นทุนค่าก่อสร้างสถานีลูก 2.73 บาทต่อกิโลกรัมต้นทุนการบริการจัดการสถานีแม่-ลูก 0.60 บาทต่อกิโลกรัมต้นทุนค่าก่อสร้างสถานีตามแนวท่อ 2.15 บาทต่อกิโลกรัมต้นทุนการบริหารจัดการสถานีแนวท่อ 0.28 บาทต่อกิโลกรัมและภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.02 บาทต่อกิโลกรัมรวมราคาขายปลีก 15.58 บาทต่อกิโลกรัมซึ่งสูงกว่าราคาที่ปรับขึ้นไปเพียง 14.50 บาทต่อกิโลกรัม 
             ราคาที่ปรับขึ้นไปนี้ก็เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริงมากขึ้น เพราะหากเทียบการใช้ก๊าซเอ็นจีวีช่วงแรกราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลแต่เวลานี้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นไปกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลแต่ราคาเอ็นจีวีเพิ่งอยู่ที่ 9 บาทต่อกิโลกรัมหลังจากปรับมา 50 สตางค์เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา
-ดัดหลังคนใช้แอลพีจี
             สำหรับกรณีการปรับราคาแอลพีจีภาคขนส่งขึ้นไปเพราะที่ผ่านมามีการตรึงราคาอยู่ที่ 332.75 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันหรือ 18.13 บาทต่อกิโลกรัมหรือ 10.43 บาทต่อลิตรมานานในขณะที่ราคาตลาดโลกปรับขึ้นไปกว่า 900 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันหรือประมาณ 29.28 บาทต่อลิตรจึงทำให้ประชาชนหันมาใช้แอลพีจีมากขึ้นเพื่อหลีกหนีราคาน้ำมันแพงอันเป็นต้นเหตุให้มีการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศเข้ามาแทนจากเดิมที่เคยเป็นประเทศผู้ส่งออก
             การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯของแอลพีจีในภาคขนส่งหรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ก็มีเหตุผลที่ในอดีตภาคขนส่งและอุตสาหกรรมได้รับประโยชน์จากการที่รัฐชดเชยราคาแอลพีจีเรื่อยมา การปรับขึ้นราคาเพื่อที่ภาครัฐค่อยๆลดการชดเชยลงและทำให้ภาคขนส่งและอุตสาหกรรมอื่นๆเริ่มได้รับประโยชน์น้อยลงจนไปสู่การรับต้นทุนที่แท้จริงขณะที่ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอดีตรัฐบาลไม่เคยมีการชดเชยจากเงินกองทุนน้ำมันฯ เนื่องจากราคาซื้อขายปิโตรเคมีเป็นราคาตกลงซื้อขายที่สอดคล้องกับราคาตลาดโลก การที่รัฐเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ 1 บาทต่อกิโลกรัม จึงทำให้ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นเพียงภาคเดียวที่ต้องมีภาระส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ      ท้ายสุดแล้วโครงสร้างราคาพลังงานที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงคงไม่อาจฟันธงได้ว่าฝ่ายใดถูกหรือหรือผิดคงต้องขึ้นกับหน่วยงานกลางที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับ หรือขึ้นอยู่กับข้อพิจารณาของศาลปกครองที่จะเดินหน้าพิสูจน์เรื่องนี้ต่อไป เพราะคงจะใช้เหตุผลส่วนตัวตัดสินไม่ได้เพราะหากโครงสร้างบิดเบือนแล้ว นั่นหมายความว่าต่อไปเมื่อประเทศเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 แล้วหากราคาพลังงานของประเทศยังไม่สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริงรัฐบาลก็คงจะแบกรับภาระในการอุดหนุนราคาพลังงานอย่างมหาศาลเพื่อให้เพื่อนบ้านเข้ามาใช้พลังงานในราคาต่ำและอย่างไม่จำกัด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่2,708  26-28  มกราคม  พ.ศ. 2555
ปตท.ยันปีหน้าขึ้นราคาก๊าซ NGV เป็น 14.50 บาท  
 ปตท.ยันปีหน้าปรับขึ้นราคาก๊าซNGVเป็น 14.50 บาทแน่นอนเพื่อให้ราคาขายปลีกสอดคล้องกับต้นทุนเพราะที่ผ่านมาปตท.ต้องแบกรับภาระสะสมเป็นเงินกว่า 30,000 ล้านบาท  
 นายเติมชัยบุนนาคผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์บริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในปี 2555 ปตท.ต้องปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG และก๊าซ NGV โดยจะปรับขึ้นแบบขั้นบันไดในเดือนละ 50 สต. จนถึงสิ้นปี 2555 โดยราคาก๊าซ NGV จะปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 14.50 บาทเพื่อให้สอดรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ในปี 2558 เพราะหากเปิดเสรีทางการค้าแล้วจะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านใช้ก๊าซ NGV ในราคาถูกและจะทำให้เกิดการใช้ปริมาณมาก จึงไม่เป็นไปตามความต้องการที่แท้จริงของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเรื่องค่าครองชีพคนไทยเท่านั้น 
นอกจากนี้เห็นว่าการขึ้นราคาก๊าซ NGV เป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนก๊าซ NGV ที่แท้จริงโดยในปัจจุบันราคาต้นทุนก๊าซ NGV อยู่ที่กิโลกรัมละ 9.90 บาทแต่ราคาขายปลีกปัจจุบันอยู่ที่ 8.50 บาททำให้ปัจจุบันปตท.รับภาระส่วนต่างราคาก๊าซ NGV สะสมอยู่ที่ 30,000 ล้านบาทและคาดว่าทั้งปี 2554 ปตท.จะมีภาระสะสม 10,000 ล้านบาท

http://www.thaimuslim.com/viewtab.php?c=7&id=25192
http://thaipublica.org/2011/11/ptt-floating-lpg-price/
แผนปตท.ลอยตัวก๊าซแอลพีจี :แกะไส้ในต้นทุนก๊าซที่แท้จริง (1)2 พฤศจิกายน 2011
กรณีที่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ประกาศนโยบายลอยตัวราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในภาคขนส่งไปแล้วเมื่อวันที่30 กันยายนที่ผ่านมาโดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2555 เป็นต้นไป นโยบายดังกล่าวนี้จะมีผลทำให้ราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีทยอยปรับราคาขึ้นไปเดือนละ 1 ครั้งรวมเป็นระยะเวลา 12 เดือนคาดว่าจะทำให้ราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี ณ วันสิ้นปี 2555 มีราคาอยู่ที่ 16.21 บาทต่อลิตรส่วนเอ็นจีวีจะมีราคาขายปลีกอยู่ที่ 14.5 บาทต่อกิโลกรัม
สำหรับเหตุผลของการประกาศลอยตัวราคาก๊าซธรรมชาติในครั้งนี้นายพิชัยนริพทะพันธุ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานชี้แจงว่าที่ผ่านมารัฐบาลต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเดือนละ 3,000-4,000 ล้านบาทไปจ่ายชดเชยให้กับคนที่ใช้ก๊าซแอลพีจีซึ่งไม่เป็นธรรมกับคนที่ใช้น้ำมันและในระยะยาวจะทำให้โครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศบิดเบือนจึงจำเป็นที่จะต้องปรับราคาให้ลอยตัวขึ้นไปบ้างส่วนก๊าซแอลพีจีที่ใช้ในภาคครัวเรือนยังคงตรึงราคาต่อไปจนถึงสิ้นปี 2555
ปตท.แจงต้นทุนก๊าซเอ็นจีวีตามสถานีให้บริการปตท.แปะใบปลิวหน้าปั๊มแจงต้นทุน NGV

หลังจากที่รัฐบาลประกาศลอยตัวก๊าซที่ใช้ในภาคขนส่งเมื่อวันที่7 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมาบริษัทปตท. จำกัด(มหาชน) ได้นำใบปลิว “รู้จริงเข้าใจเพื่อการใช้ NGV” ไปติดที่ตู้หัวจ่ายก๊าซในปั๊มปตท.เกือบทุกแห่ง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าที่เติมก๊าซได้ทราบถึงต้นทุนก๊าซเอ็นจีวีที่แท้จริงมีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 14.96 บาทไม่ใช่กิโลกรัมละ 8.50 บาท
 ปตท.แจงต้นทุนก๊าซเอ็นจีวีตามสถานีให้บริการ
นางสาวรสนาโตสิตระกูลประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภาที่มาภาพ :มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
นางสาวรสนาโตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภาซึ่งได้ติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิดกล่าวว่าจากเอกสารที่ปตท.นำออกมาเผยแพร่นั้นวัตถุประสงค์คือต้องการจะขอปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีแค่ตัวเนื้อก๊าซที่ถูกดูดขึ้นมาจากหลุมก็มีต้นทุนอยู่ที่กิโลกรัมละ 8.39 บาทนำมามาขายที่กิโลกรัมละ 8.50 บาทได้อย่างไรเมื่อบวกต้นทุนค่าผ่านท่อก๊าซค่าบริหารจัดการ และต้นทุนในการจัดหารถบรรทุกขนาดใหญ่ลำเลียงก๊าซไปส่งที่ปั๊มอีกกิโลกรัมละ 5.56 บาททำให้ก๊าซเอ็นจีวีมีต้นทุนโดยรวมอยู่ที่ 14.96 บาท
“แต่ราคาต้นทุนเนื้อก๊าซที่บริษัทปตท.นำออกมาเผยแพร่กับประชาชนที่ราคากิโลกรัมละ 8.39 บาทเป็นราคาเดียวกันกับที่ขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยทางคณะกรรมาธิการฯเชื่อว่าไม่น่าจะใช่ราคาต้นทุนที่แท้จริงแต่เป็นราคาที่บวกกำไรไปเรียบร้อยแล้ว” นางสาวรสนากล่าว
 
http://thaipublica.org/wp-content/uploads/2011/11/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B8%97..jpg
ต้นทุนที่แท้จริงกิโลกรัมละ 2 บาท
นางสาวรสนากล่าวต่อว่าหากนำราคาต้นทุนเนื้อก๊าซจากหลุมที่บริษัทปตท.ซื้อจากอ่าวไทยไปวิเคราะห์เปรียบเทียบกับราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกโดยเฉพาะที่แหล่ง HENRY HUB ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่สหรัฐปัจจุบันมีการโค้ดซื้อ-ขายก๊าซธรรมชาติกันที่ราคา 3 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ล้านบีทียูซึ่งหน่วย 1 ล้านบีทียูจะมีค่าเท่ากับ 108 กิโลกรัมเมื่อคำนวณราคาออกมาแล้วราคาก๊าซดิบที่หลุมน่าจะมีราคาไม่เกิน 2 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้นเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับราคาต้นทุนที่ 8.39 บาทที่ปตท.นำออกมาแสดงจึงน่าจะเป็นราคาที่บวกกำไรไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนเรื่องค่าขนส่งกิโลกรัมละ 5.56 บาทหากนำมาเปรียบเทียบกับต้นทุนที่ปตท.นำมาชี้แจงซึ่งยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นสัดส่วน 39.85 % แต่ถ้านำไปเปรียบเทียบกับต้นทุนก๊าซที่ซื้อมาจากหหลุมอ่าวไทยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 73 % ประเด็นนี้ต้องไปถามนักเศรษฐศาสตร์ว่าต้นทุนค่าขนส่งสูงขนาดนี้สมควรที่จะดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้ต่อไปหรือไม่ หากบริษัทปตท.บริหารจัดการต้นทุนไม่ดีสุดท้ายก็โยนภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภคโดยการปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี


http://thaipublica.org/wp-content/uploads/2011/11/%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99.png
ที่มา :จากรายงานนางสาวรสนาโตสิตระกูลประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภา

เติม CO2 เกินมาตรฐานหวั่นถังระเบิด
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ประชาชนทั่วไปยังไม่ทราบกล่าวคือรถยนต์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีตัวเครื่องยนต์จะมีความร้อนสูงกว่ารถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีทำให้รถยนต์สึกหรอเร็วขึ้นค่าบำรุงรักษาเพิ่มสูงตาม และกรมธุรกิจพลังงานประกาศคุณสมบัติของเนื้อก๊าซเอ็นจีวีที่ใช้ในประเทศไทยให้มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปนอยู่ได้ถึง 18% ของปริมาตร ในขณะที่มาตรฐานสากลทั่วโลกกำหนดให้มีคาร์บอนไดออกไซด์ปนอยูในเนื้อก๊าซได้ไม่เกิน 3%
“ทำไมต้องออกประกาศให้มี CO2 สูงถึง 18% ถ้าไปดูแหล่งผลิตก๊าซในประเทศไทยจะมีCO2 ปะปนอยู่ตามธรรมชาติแต่ละหลุมจะมีปริมาณ CO2 ปนอยู่ไม่เท่ากันแต่ถ้านำทุกหลุมมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยจะมี CO2 ปนอยู่ที่ 17.33% รัฐบาลส่งเสริมให้คนหันมาใช้เอ็นจีวีโดยการใช้อำนาจรัฐออกประกาศแบบนี้ถือว่าเป็นการตั้งโจทย์ให้ตรงกับคำตอบแต่การที่ปตท.นำ CO2 มาเติมลงในก๊าซเอ็นจีวีมันอาจจะทำให้เกิดเหล็กคาร์บอนเนตกัดผนังด้านในของถังให้สึกกร่อนเร็วขึ้นและอาจจะมีผลทำให้ถังก๊าซที่มีแรงดันภายในสูงถึง 200 บาร์ระเบิดได้” นางสาวรสนากล่าว


วันที่โพสต์ 14/10/2012